ทรัมป์และอีลอน มัสก์ จ่อตรวจสอบคลังทองคำสำรอง Fort Knox
ประเด็นเกี่ยวกับ ทุนสำรองทองคำ ของสหรัฐอเมริกาที่ฐานทัพ Fort Knox กำลังกลับมาเป็นที่สนใจและเป็นพาดหัวข่าวใหญ่ระดับโลกอีกครั้ง หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ให้สัมภาษณ์ในรายการ Full Measure โดยระบุถึงความสงสัยส่วนตัวว่าทองคำแท่งมูลค่ามหาศาลอาจถูกขโมยไป ซึ่งความเคลื่อนไหวนี้สอดคล้องกับแนวคิดของ อีลอน มัสก์ ที่เคยประกาศความต้องการที่จะเข้ามาตรวจสอบคลังทองคำของสหรัฐฯ ผ่านหน่วยงานประสิทธิภาพรัฐบาล (DOGE) เพื่อยืนยันความโปร่งใส ทรัมป์ย้ำอย่างชัดเจนว่าเขาต้องการเปิดประตูที่หนาแน่นของ Fort Knox เพื่อดูให้แน่ใจว่ายังมีทองคำเก็บอยู่จริงหรือไม่ ท่ามกลางข่าวลือหนาหูที่ว่าทองคำเหล่านั้นอาจไม่มีอยู่แล้วในปัจจุบัน
ความสำคัญของทุนสำรองทองคำสหรัฐฯ ต่อนโยบายเศรษฐกิจ
จากข้อมูลของสภาทองคำโลก (World Gold Council) ระบุว่า ณ สิ้นปี 2024 สหรัฐอเมริกามี ทุนสำรองทองคำ มากที่สุดในโลกด้วยปริมาณกว่า 8,100 ตัน โดยส่วนใหญ่ถูกเก็บรักษาไว้ที่ศูนย์คอมเพล็กซ์ Fort Knox และอีกส่วนหนึ่งเก็บไว้ที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ สาขานิวยอร์ก แม้ว่ารัฐมนตรีกระทรวงการคลัง สกอตต์ เบสเซนต์ จะออกมายืนยันว่ามีการตรวจสอบทุกปีและทองคำยังอยู่ครบถ้วน แต่ประเด็นนี้ก็ยังคงสร้างแรงกระเพื่อมอย่างหนักใน ตลาดทองคำ สาเหตุสำคัญเป็นเพราะทีมที่ปรึกษาของทรัมป์ได้เสนอแนวคิดในการนำทองคำมาใช้เป็นเครื่องมือทางเศรษฐกิจอย่างจริงจัง เช่น การขายทองคำเพื่อกดดันให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง ซึ่งจะช่วยให้สหรัฐฯ ได้เปรียบทางการค้า นอกจากนี้ยังมีการเสนอแนวคิดในการออกพันธบัตรที่อ้างอิงกับทองคำ ซึ่งหากนโยบายเหล่านี้เกิดขึ้นจริง ย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อ ราคาทองคำ และนักลงทุนที่กำลัง ซื้อขายทองคำ ทั่วโลก รวมถึงกระทบต่อธนาคารกลางของตลาดเกิดใหม่ที่กักตุนทองคำมาตลอด 3 ปีที่ผ่านมา
กฎหมายความโปร่งใสของทุนสำรองทองคำ (Gold Reserve Transparency Act)
ความพยายามในการตรวจสอบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงแค่ในระดับของฝ่ายบริหารเท่านั้น แต่ยังรวมถึงฝ่ายนิติบัญญัติด้วย โดยวุฒิสมาชิก ไมค์ ลี ได้ทำการเสนอร่างกฎหมายความโปร่งใสของทุนสำรองทองคำ (Gold Reserve Transparency Act) ซึ่งหากผ่านความเห็นชอบ จะส่งผลให้เกิดการตรวจสอบ ซื้อขายทองคำ และบัญชีทุนสำรองของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ อย่างเต็มรูปแบบเป็นครั้งแรกในรอบกว่าครึ่งศตวรรษ ร่างกฎหมายนี้ยังเรียกร้องให้มีการปรับปรุงคุณภาพทองคำของสหรัฐฯ ให้ได้มาตรฐานตามที่ ตลาดทองคำ โลกกำหนดไว้ การเปิดเผยข้อมูลการทำธุรกรรมทั้งหมด ทั้งการซื้อ ขาย กู้ยืม และจำนำย้อนหลังไปถึง 50 ปี จะเป็นการสร้างจุดเปลี่ยนสำคัญด้านความโปร่งใส ซึ่งทำให้นักลงทุนทั่วโลกต้องจับตาดูทิศทางของ ราคาทองคำ อย่างใกล้ชิดที่สุดในยุคนี้
















