ราคาทองคำอ่อนตัวต่ำกว่าแนวรับสำคัญ นักลงทุนจับตาแรงขายกองทุน ETF

gold prices,gold ETF

ราคาทองคำเผชิญแรงกดดัน หลังหลุดแนวรับสำคัญและติดลบตั้งแต่ต้นปี

ตลาดทองคำยังคงทดสอบกรอบล่างอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางมุมมองของนักวิเคราะห์ที่เห็นว่าภาวะตลาดยังเปราะบาง แม้ราคาทองคำยังยืนเหนือจุดต่ำสุดเมื่อเดือนมีนาคม แต่โลหะมีค่าชนิดนี้ได้ส่งสัญญาณเชิงลบเพิ่มเติม หลังราคาปรับตัวลงจนติดลบเมื่อเทียบกับช่วงต้นปี โดยราคาทองคำสปอตล่าสุดอยู่ที่ 4,221.10 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ลดลงเกือบ 1% ในวันเดียว และลดลงมากกว่า 2% นับตั้งแต่ต้นปี

แรงขายรอบล่าสุดเกิดขึ้นหลังจากราคาทองคำหลุดต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วัน ซึ่งถือเป็นแนวรับทางเทคนิคที่นักลงทุนให้ความสำคัญ ส่งผลให้ราคาปรับลดลงมากกว่า 5% นับตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมา ภาพรวมดังกล่าวทำให้ตลาดทองคำระยะสั้นยังมีความเสี่ยงด้านขาลง โดยเฉพาะหากแรงขายจากนักลงทุนสถาบันเพิ่มขึ้น

กองทุน ETF ทองคำเสี่ยงถูกเทขาย หากผลตอบแทนพันธบัตรแท้จริงเพิ่มขึ้น

ซูกิ คูเปอร์ หัวหน้าฝ่ายวิจัยสินค้าโภคภัณฑ์ระดับโลกของธนาคาร Standard Chartered ระบุในบทวิเคราะห์ล่าสุดว่า แรงขายทองคำอาจรุนแรงขึ้น หากนักลงทุนเริ่มลดสถานะขาดทุนในกองทุน ETF ที่อ้างอิงทองคำ เธออธิบายว่า ราคาทองคำกลับมาเคลื่อนไหวตามทิศทางของอัตราผลตอบแทนที่แท้จริงอีกครั้ง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อความต้องการลงทุนในทองคำผ่านตลาด ETF

ภาวะเงินเฟ้อที่ยังสูงทำให้ตลาดเริ่มคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในสิ้นปีนี้ ความคาดหวังดังกล่าวผลักดันให้อัตราผลตอบแทนที่แท้จริงปรับขึ้น และเพิ่มต้นทุนค่าเสียโอกาสของการถือครองทองคำ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย

แนวรับราคาทองคำที่ต้องจับตา: 4,250 และ 4,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์

คูเปอร์ระบุว่า ระดับเทคนิคแรกที่นักลงทุนควรติดตามอยู่บริเวณ 4,250 ดอลลาร์ต่อออนซ์ การวิเคราะห์กระแสเงินในกองทุน ETP ทองคำพบว่า มีสถานะถือครองอย่างน้อย 270 ตันอยู่ในโซนขาดทุนที่ระดับราคาล่าสุดใกล้ 4,250 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และอาจเพิ่มเป็น 465 ตัน หากพิจารณาตามสมมติฐานการไถ่ถอนแบบเข้าก่อนออกก่อน

หากราคาทองคำลดลงสู่ระดับ 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สถานะขาดทุนอาจเพิ่มขึ้นเป็น 298 ตัน ทำให้การถือครองในกองทุน ETP ยังมีความเสี่ยงต่อการถูกขายต่อในระยะใกล้ โดยแนวรับถัดไปอยู่บริเวณ 4,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ นอกจากนี้ การกลับมาแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐยังเป็นอีกปัจจัยกดดันราคาทองคำ อย่างไรก็ตาม คูเปอร์ยังมองว่า ราคาทองคำมีโอกาสฟื้นตัวได้ในระยะกลาง หากแรงกดดันด้านมหภาคเริ่มผ่อนคลายลง

Loading

Relate Post

XM Global Limited