ซิตี้กรุ๊ปปรับลดเป้าราคาทองคำระยะสั้น เหลือ 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ทีมวิจัยสินค้าโภคภัณฑ์ของซิตี้กรุ๊ปปรับลดคาดการณ์ราคาทองคำในช่วง 3 เดือนข้างหน้า จากเดิม 4,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เหลือ 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยให้เหตุผลว่า ภาพรวมเศรษฐกิจมหภาคเริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้น ขณะที่แรงสนับสนุนด้านอุปสงค์ทองคำชะลอลง ทำให้โอกาสที่ราคาทองคำจะปรับขึ้นต่ออย่างยั่งยืนในระยะใกล้มีจำกัด
ปัจจัยกดดันราคาทองคำระยะสั้น
นักวิเคราะห์ของซิตี้ระบุว่า ตลาดทองคำกำลังเผชิญแรงกดดันจากหลายปัจจัย ทั้งอัตราผลตอบแทนที่แท้จริงซึ่งเริ่มทรงตัว แนวโน้มเงินดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าในระยะสั้น และความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยที่ลดลง หลังความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์บางส่วนเริ่มผ่อนคลายลง นอกจากนี้ ความต้องการซื้อทองคำจริงจากธนาคารกลาง รวมถึงเงินไหลเข้า ETF ทองคำ ก็เริ่มชะลอตัว ส่งผลให้แรงขับเคลื่อนของการปรับขึ้นราคาลดลง
ซิตี้มองว่า หากไม่มีปัจจัยช็อกใหม่เข้ามากระตุ้น ตลาดอาจยังขาดแรงหนุนสำคัญที่จะผลักดันราคาทองคำให้ทะลุระดับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์ที่นักลงทุนจับตาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดการเงินประเมินทิศทางนโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟด
ยังมีโอกาสเห็นทองคำเหนือ 4,000 ดอลลาร์
แม้แนวโน้มระยะสั้นจะอ่อนแรงลง แต่ซิตี้ยังประเมินว่า ราคาทองคำอาจกลับขึ้นเหนือ 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงฤดูร้อน หากเศรษฐกิจชะลอตัวรุนแรงกว่าคาด หรือเงินเฟ้อกลับมาเร่งตัวอีกครั้ง สำหรับเป้าหมายระยะ 6-12 เดือน ซิตี้ยังคงคาดการณ์ราคาทองคำไว้ที่ 4,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยมีเงื่อนไขสำคัญคือ เฟดต้องส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบายการเงิน หรือเกิดความปั่นป่วนทางภูมิรัฐศาสตร์เพิ่มขึ้น
จากมุมมองขาขึ้นแรง สู่การระมัดระวังมากขึ้น
การปรับลดเป้าหมายครั้งนี้สะท้อนท่าทีที่ระมัดระวังมากขึ้นของซิตี้ หลังจากก่อนหน้านี้ในเดือนมกราคม นักกลยุทธ์ของธนาคารเคยปรับเพิ่มเป้าทองคำระยะ 0-3 เดือนขึ้นถึง 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และคาดการณ์ราคาเงินที่ 100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยอ้างถึงความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ การขาดแคลนในตลาดจริง และความไม่แน่นอนเกี่ยวกับความเป็นอิสระของเฟด
ซิตี้ยังเคยคาดว่าโลหะเงินจะให้ผลตอบแทนดีกว่าทองคำ และตลาดกระทิงของโลหะมีค่าจะขยายไปสู่โลหะอุตสาหกรรมในระยะต่อไป โดยเฉพาะอะลูมิเนียมและทองแดง อย่างไรก็ดี หากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ลดลงต่อเนื่อง ความต้องการทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยอาจอ่อนตัว และทำให้ราคาทองคำเสี่ยงต่อการปรับฐานในช่วงถัดไป















