ราคาทองคำทะยานเหนือ 5,000 ดอลลาร์ รับแรงหนุนจากวิกฤตหนี้ทั่วโลก
ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ปะทุขึ้นอีกครั้ง ประกอบกับความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับหนี้สาธารณะทั่วโลก ได้ผลักดันให้ ราคาทองคำ ดีดตัวกลับขึ้นไปยืนเหนือระดับ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แม้ว่าตลาดอาจยังคงต้องเผชิญกับแรงต้านที่ผันผวน แต่นักวิเคราะห์มองว่านักลงทุนควรให้ความสำคัญกับศักยภาพในระยะยาวของโลหะมีค่าชนิดนี้มากกว่าการเก็งกำไรระยะสั้น
ผู้เชี่ยวชาญชี้ ‘ความผันผวน’ คือเรื่องปกติ แนะมองศักยภาพระยะยาว
Joy Yang หัวหน้าฝ่ายจัดการผลิตภัณฑ์ดัชนีระดับโลกที่ MarketVector Indexes กล่าวในการสัมภาษณ์กับ Kitco News ว่า ความผันผวนของทองคำหลังจากแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 5,600 ดอลลาร์ต่อออนซ์นั้นไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ แม้ว่าจะสร้างความกังวลให้กับนักลงทุนและนักวิเคราะห์ก็ตาม เธอย้ำว่า “ทองคำไม่ใช่สินทรัพย์ที่ปราศจากความเสี่ยง และไม่เคยเป็นเช่นนั้น” แต่จุดแข็งของมันคือปัจจัยขับเคลื่อนที่แตกต่างจากหุ้นและพันธบัตร ซึ่งช่วยในการกระจายความเสี่ยงได้เป็นอย่างดี
Yang แนะนำว่าวิธีการที่ดีกว่าสำหรับนักลงทุนคือการวางกลยุทธ์ มองการณ์ไกล และตัดสินใจว่าทองคำควรอยู่ในสัดส่วนใดของพอร์ตการลงทุน โดยคาดว่าความผันผวนจะเข้าสู่ภาวะปกติเมื่อการเก็งกำไรลดลง ทำให้นักลงทุนสามารถประเมินบทบาทของทองคำได้จากปัจจัยพื้นฐานมากกว่าแค่แรงเหวี่ยงของราคาเพียงอย่างเดียว
การเมืองญี่ปุ่นและวิกฤตหนี้: ปัจจัยขับเคลื่อนราคาทองคำ
ในช่วงต้นสัปดาห์การซื้อขายใหม่ ราคาทองคำ ได้รับแรงซื้อคืนเนื่องจากนักลงทุนยังคงจับตาดูหนี้รัฐบาลที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก โดยเฉพาะสถานการณ์ในญี่ปุ่นที่พรรคลิเบรลเดโมเครติก (LDP) ของ Sanae Takaichi ชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย ได้ที่นั่งถึง 316 ที่นั่ง ซึ่งเธอมีแผนที่จะใช้นโยบายการคลังแบบขยายตัวอย่างรุนแรงมูลค่าราว 20 ล้านล้านเยน (1.35 แสนล้านดอลลาร์) รวมถึงการลดภาษี
Yang ระบุว่าระดับหนี้สาธารณะที่พุ่งสูงขึ้นในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจพัฒนาแล้ว เช่น สหรัฐฯ ยุโรป และญี่ปุ่น จากงบประมาณด้านกลาโหมและความมั่นคงทางพลังงาน กำลังตอกย้ำบทบาทของทองคำในฐานะเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจากเครดิตและการด้อยค่าของสกุลเงิน
กลยุทธ์การจัดสรรพอร์ตการลงทุน
แม้จะมีความกังวลเกี่ยวกับการพุ่งขึ้นของราคาในระยะสั้น แต่ Yang แนะนำว่าการจัดสรรเงินลงทุนในทองคำประมาณ 5% เริ่มกลายเป็นมาตรฐานในพอร์ตการลงทุนที่หลากหลาย การเปลี่ยนแปลงนี้จะเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป และแม้ว่านักเทรดบางรายจะเปรียบเทียบทองคำกับสินทรัพย์เสี่ยงอื่นๆ แต่โลหะมีค่ายังคงเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) ที่สำคัญในระยะยาว














