ราคาทองคำเริ่มฟื้นหลังหลุดตลาดหมี นักลงทุนจับตาเฟดและเงินเฟ้อ

gold price,Federal Reserve

ราคาทองคำและเงินเริ่มดึงดูดแรงซื้อ หลังแตะเขตตลาดหมี

ราคาทองคำและโลหะเงินกลับมาได้รับความสนใจจากนักลงทุนอีกครั้ง หลังร่วงลงสู่ระดับที่ถือว่าเป็นตลาดหมีอย่างเป็นทางการในสัปดาห์นี้ แม้แรงขายยังคงกดดันภาพรวม แต่ทองคำสามารถยืนเหนือแนวรับสำคัญบริเวณ 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ โดยราคาทองคำสปอตล่าสุดอยู่ที่ 4,223 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพิ่มขึ้น 0.28% ในวันเดียวกัน แต่ยังลดลงมากกว่า 2% ในรอบสัปดาห์

นักวิเคราะห์เตือนให้ทยอยสะสมทองคำอย่างระมัดระวัง

มิเชล ชไนเดอร์ หัวหน้านักกลยุทธ์ตลาดของ MarketGauge ระบุว่า การดีดตัวของราคาทองคำจากจุดต่ำสุดเป็นสัญญาณที่น่าสนใจ แต่ยังต้องรอการยืนยันเพิ่มเติมว่าตลาดได้สร้างฐานระยะยาวแล้ว เธอมองว่านักลงทุนอาจเริ่มเข้าซื้อเพียงเล็กน้อยได้ หากราคาปิดใกล้ระดับปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม ทองคำและเงินจำเป็นต้องกลับขึ้นไปเหนือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ก่อน จึงจะถือเป็นสัญญาณซื้อที่ชัดเจน

ด้านไซมอน-ปีเตอร์ มัสซับนี จาก XS.com กล่าวว่า การที่ราคาทองคำยืนเหนือ 4,000 ดอลลาร์ สะท้อนว่าผู้ซื้อเชิงกลยุทธ์และนักลงทุนระยะยาวเริ่มเห็นมูลค่าในตลาด หลังการปรับฐานรุนแรง เขาเชื่อว่าช่วงการปรับฐานลึกอาจใกล้สิ้นสุด และตลาดทองคำกำลังเข้าสู่กระบวนการสร้างฐานราคาใหม่ มากกว่าจะเข้าสู่แนวโน้มขาลงรอบใหญ่

ความหวังข้อตกลงสันติภาพหนุนทองคำ แต่ราคาน้ำมันยังเป็นความเสี่ยง

แรงซื้อทองคำและเงินเพิ่มขึ้นก่อนสุดสัปดาห์ หลังมีข่าวเชิงบวกว่า สหรัฐฯ และอิหร่านอาจใกล้บรรลุข้อตกลงสันติภาพเพื่อยุติสงครามล่าสุดในตะวันออกกลาง อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางรายเตือนว่า ตลาดเคยเผชิญความหวังเช่นนี้มาก่อน และปัจจัยสำคัญต่อราคาทองคำคือ ความเร็วในการกลับสู่ภาวะปกติของตลาดพลังงานและราคาน้ำมัน

ฟาวัด ราซักซาดา นักวิเคราะห์จาก FOREX.com ระบุว่า แรงขายทองคำที่รุนแรงที่สุดอาจผ่านไปแล้วในระยะสั้น แต่ไม่ได้หมายความว่าราคาทองคำจะไม่ปรับลงอีก โดยเฉพาะหากราคาน้ำมันยังไม่ลดลงอย่างชัดเจน ขณะที่โอเล แฮนเซน มองว่า หากยังไม่มีข่าวยืนยันว่าคู่ขัดแย้งบรรลุข้อตกลงจริง ราคาทองคำจะยังผันผวนต่อไป

เฟดและอัตราดอกเบี้ยเป็นปัจจัยชี้นำราคาทองคำสัปดาห์หน้า

ตลาดกำลังจับตาการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ ภายใต้การนำของเควิน วอร์ช ประธานเฟดคนใหม่ แม้เฟดไม่น่าจะขึ้นดอกเบี้ยในสัปดาห์หน้า แต่เงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูงทำให้นักลงทุนเพิ่มความคาดหวังต่อการขึ้นดอกเบี้ยภายในปีนี้ โดยตลาดประเมินโอกาสขึ้นดอกเบี้ยในเดือนตุลาคมไว้ใกล้ 50%

นักวิเคราะห์มองว่า หากวอร์ชส่งสัญญาณเข้มงวดกว่าคาดเกี่ยวกับเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ย ราคาทองคำอาจถูกกดดันในระยะสั้น แต่หากเขาลดทอนความคาดหวังการขึ้นดอกเบี้ย ทองคำอาจฟื้นตัวได้บางส่วน อย่างไรก็ตาม ในระยะยาว นักวิเคราะห์บางรายเชื่อว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ อาจไม่สามารถรับต้นทุนกู้ยืมที่สูงมากได้ ทำให้การขึ้นดอกเบี้ยมีข้อจำกัด ซึ่งอาจเป็นปัจจัยบวกต่อทองคำในอนาคต

นอกจากเฟดแล้ว นักลงทุนทองคำยังต้องติดตามการประชุมของธนาคารกลางญี่ปุ่น ออสเตรเลีย สวิตเซอร์แลนด์ และอังกฤษ รวมถึงข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ เช่น ยอดค้าปลีก ตลาดที่อยู่อาศัย ดัชนีภาคการผลิต และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน ซึ่งอาจสร้างความผันผวนระยะสั้นให้กับราคาทองคำได้

Loading

Relate Post

XM Global Limited