วิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำ ท่ามกลางสงครามอิหร่านและนโยบายนำเข้าอินเดีย
แม้ว่าปัญหาความขัดแย้งในระยะสั้นจากสงครามอิหร่านจะยังคงกดดัน ราคาทองคำ และโลหะมีค่า แต่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังคงมองเห็นปัจจัยสนับสนุนพื้นฐานที่แข็งแกร่งของทั้งตลาดทองคำและแร่เงิน อย่างไรก็ตาม ความผันผวนล่าสุดในตลาดกำลังถูกขับเคลื่อนโดยการเปลี่ยนแปลงนโยบายการนำเข้าอย่างกะทันหันในตลาดทองคำที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลกอย่างประเทศอินเดีย
ผลกระทบจากการขึ้นภาษีนำเข้าต่อตลาดทองคำภายในประเทศ
มาตรการนโยบายภายในประเทศของอินเดียมุ่งเป้าไปที่การรักษากองทุนสำรองและควบคุมการไหลเข้าของโลหะมีค่า Mariya Paliwala บรรณาธิการอาวุโสจาก Juris Hour ระบุว่าแม้ภาษีนำเข้าจะเพิ่มขึ้นสุทธิ 9% แต่ ราคาทองคำ ในประเทศช่วงแรกปรับตัวขึ้นเพียง 5-6% เนื่องจากผู้ประกอบการยังมีสต็อกเก่าที่มีต้นทุนต่ำ อย่างไรก็ตาม เมื่อสต็อกเหล่านี้ลดลง คาดว่าราคาทองคำภายในประเทศจะปรับตัวขึ้นเพื่อสะท้อนต้นทุนจากภาษีนำเข้าที่สูงขึ้นอย่างเต็มรูปแบบ
ปัจจัยระดับมหภาคและพรีเมียมของกองทุน ETF ทองคำ
นอกเหนือจากการเคลื่อนไหวของราคาแล้ว ผู้เชี่ยวชาญด้านตลาดยังจับตาดูพรีเมียมของกองทุน ETF โดยเฉพาะในส่วนของแร่เงินที่อาจเผชิญข้อจำกัดด้านอุปทานที่มากกว่า นักลงทุนยังคงติดตามการตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ความผันผวนของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐเมื่อเทียบกับรูปีอินเดีย และทิศทางราคาน้ำมันดิบ ซึ่งล้วนส่งผลต่อความน่าสนใจในการลงทุนใน ตลาดทองคำ ในฐานะสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ
ทางออกของอินเดีย: การนำ ‘ทองคำวัด’ มาใช้หมุนเวียนในระบบ
เพื่อรับมือกับปัญหาราคาและข้อจำกัดด้านอุปทาน สมาคมผู้ค้าทองคำแท่งและอัญมณีแห่งอินเดีย (IBJA) ได้เสนอให้นำ ‘ทองคำวัด’ (Temple Gold) ที่ถูกเก็บไว้เฉยๆ กว่า 1,000 ตัน ออกมาใช้หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ มาตรการนี้คาดว่าจะช่วยลดแรงกดดันจากการนำเข้าทองคำ ซึ่งปัจจุบันอินเดียนำเข้าสูงถึงปีละ 800 ตัน และยังช่วยปกป้องการจ้างงานในอุตสาหกรรมอัญมณีรายย่อย นอกจากนี้ IBJA ยังเรียกร้องให้ร้านทองงดเว้นการขายทองคำแท่งโดยตรงแก่ลูกค้าเกิน 5 กรัม เพื่อลดการเก็งกำไร ในขณะที่ค่าเงินรูปีที่อ่อนค่าลงทำสถิติใหม่ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่หนุนให้ แนวโน้มราคาทองคำ ในประเทศอินเดียปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง














