UBS มั่นใจราคาทองคำยังเป็นขาขึ้น คาดสิ้นปีแตะ 5,900 ดอลลาร์
นักวิเคราะห์จาก UBS ออกมาเปิดเผยบทวิเคราะห์ล่าสุด โดยระบุว่าการลดลงของอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงในสหรัฐฯ จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสนับสนุนความต้องการลงทุนในกองทุน ETF ทองคำ เนื่องจากการถือครอง ราคาทองคำ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปแบบดอกเบี้ยนั้น จะมีต้นทุนเสียโอกาส (Opportunity Cost) ที่ลดลง นอกจากนี้ ธนาคารกลางทั่วโลกยังคงมีแนวโน้มที่จะเพิ่มปริมาณทองคำสำรองอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแรงหนุนสำคัญให้กับตลาด
ความผันผวนของตลาดและการแต่งตั้งประธานเฟด
แม้ว่าในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ทองคำจะเผชิญกับแรงกดดันและมีความผันผวนสูง โดยราคายังคงต่ำกว่าจุดสูงสุดตลอดกาลอยู่ประมาณ 7% แม้จะมีการฟื้นตัวขึ้นมาบ้างแล้วก็ตาม นักวิเคราะห์ชี้ว่าความผันผวนที่เกิดขึ้น ซึ่งรวมถึงการปรับตัวลงรายวันที่มากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2013 และการปรับตัวขึ้นรายวันที่มากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2008 มีสาเหตุหลักมาจากการเสนอชื่อ Kevin Warsh ให้ดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในช่วงปลายเดือนมกราคม
การเสนอชื่อดังกล่าวได้คลายความกังวลของตลาดที่ว่าผู้สมัครที่มีแนวคิดผ่อนคลายนโยบายการเงิน (Dovish) อาจทำให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งก่อนหน้านี้ทองคำได้รับอานิสงส์จากความกังวลเกี่ยวกับมูลค่าของสกุลเงินดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม UBS มองว่าความกังวลเหล่านี้มากเกินไป และเชื่อว่าการปรับตัวขึ้นของ ราคาทองคำ จะกลับมาดำเนินต่อ
แนวโน้มราคาทองคำและกลยุทธ์การลงทุน
UBS ยังคงมุมมองเชิงบวกต่อตลาดทองคำ โดยชี้ว่าแม้ Kevin Warsh จะสนับสนุนการลดงบดุลของเฟด แต่ในอดีตเขาก็เคยสนับสนุนอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำ ซึ่งปัจจัยนี้จะช่วยหนุนราคาทองคำ แม้ว่าความกังวลระยะยาวเกี่ยวกับค่าเงินดอลลาร์จะลดลงก็ตาม นักวิเคราะห์ของ UBS คาดการณ์ว่าทองคำจะจบปีนี้ที่ระดับประมาณ 5,900 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งสอดคล้องกับมุมมองเชิงบวกในภาพรวมของสินค้าโภคภัณฑ์
สำหรับนักลงทุนที่มีกำไรจากทองคำและยังไม่ได้ขายทำกำไร UBS แนะนำให้กระจายความเสี่ยงไปยังสินค้าโภคภัณฑ์อื่นๆ เช่น ทองแดง อะลูมิเนียม และสินค้าเกษตร เพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับพอร์ตการลงทุนในปี 2026 โดยล่าสุดราคาทองคำ Spot มีการซื้อขายอยู่ที่ระดับ 5,023.65 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ปรับตัวลดลงเล็กน้อย 0.67% ในระหว่างวัน














