ราคาทองคำและแร่เงินพุ่งแรง BMO เตือนระวังแรงเก็งกำไรเกินจริง แม้ Silver จ่อทำสถิติใหม่

Gold Price, Silver Market

สถานการณ์ราคาทองคำและแร่เงินล่าสุด: แรงเก็งกำไรดัน Silver พุ่งทะลุ 91 ดอลลาร์

แรงเหวี่ยงจากการเก็งกำไรยังคงให้การสนับสนุนราคาโลหะเงิน (Silver) อย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน โดยตลาดสามารถดันราคาขึ้นไปยืนเหนือระดับ 91 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้สำเร็จ อย่างไรก็ตาม ธนาคารแห่งหนึ่งตั้งข้อสังเกตว่าผลการดำเนินงานของโลหะเงิน โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับราคาทองคำ อาจกำลังเข้าสู่ภาวะที่ร้อนแรงเกินจริง การฟื้นตัวของโลหะเงินและการพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เหนือ 93 ดอลลาร์ ส่งผลให้อัตราส่วนทองคำต่อเงิน (Gold:Silver Ratio) ลดลงเหลือ 50 จุด ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2012

บทวิเคราะห์จาก BMO: อัตราส่วนทองคำต่อเงินและการเตือนเรื่องอุปทาน

การเปลี่ยนแปลงของอัตราส่วนนี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วหลังจากเคยพุ่งสูงสุดเหนือ 100 จุดในเดือนเมษายน 2025 ในขณะที่ราคาทองคำยังคงรักษาระดับแนวรับเหนือ 4,600 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และปรับตัวขึ้นมากกว่า 6% ในปีนี้ แต่ราคาโลหะเงินกลับพุ่งขึ้นไปแล้วกว่า 27% นักวิเคราะห์สินค้าโภคภัณฑ์จาก BMO Capital Markets ระบุว่า แม้ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์และความต้องการในรูปแบบ ‘Meme Investment’ อาจทำให้อัตราส่วนลดลงได้อีกในระยะสั้น แต่ภาวะอุปทานส่วนเกิน (Surplus) ของแร่เงินทางกายภาพที่เพิ่มขึ้น จะทำให้อัตราส่วนทองคำต่อเงินกลับมาเพิ่มขึ้นในระยะยาว ซึ่งเป็นแนวโน้มที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่ยุค 1970

แนวโน้มอุปสงค์ในอนาคต: พลังงานแสงอาทิตย์และแบตเตอรี่ Solid-State

BMO ชี้ว่านักลงทุนควรจับตาดูการบริโภคแร่เงินในภาคพลังงานแสงอาทิตย์ แม้ว่าพลังงานแสงอาทิตย์จะคิดเป็น 58% ของการบริโภคที่เพิ่มขึ้นตั้งแต่ปี 2020 แต่ด้วยการติดตั้งที่เริ่มคงที่และการใช้เทคโนโลยีที่ลดปริมาณการใช้แร่เงิน (Thrifting) ความต้องการจากภาคส่วนนี้อาจผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว ในขณะเดียวกัน แม้จะมีสัญญาณที่ดีจากเทคโนโลยีแบตเตอรี่ Solid-state ที่อาจช่วยเพิ่มความต้องการได้ถึง 100 ล้านออนซ์ภายในปี 2030 จากบริษัทอย่าง BYD และ Samsung แต่ BMO มองว่าจนกว่าจะถึงเวลานั้น อุปทานของโลหะเงินจะยังคงเพิ่มขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การที่โลหะเงินทำผลงานได้แย่กว่าราคาทองคำในระยะยาว

Loading

Relate Post

XM Global Limited