ราคาทองคำและโลหะเงินพุ่งทำจุดสูงสุดใหม่ ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลก
ตลาดทองคำและโลหะเงินมีการเคลื่อนไหวที่ร้อนแรงอย่างมากในช่วงกลางวันของการซื้อขายในสหรัฐฯ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยราคาทองคำได้พุ่งทะยานทำสถิติสูงสุดตลอดกาล (All-time high) ครั้งใหม่ แรงซื้อในสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe-haven demand) กลับมาเป็นปัจจัยหลักที่ผลักดันราคา โดยทองคำฟิวเจอร์สเดือนกุมภาพันธ์พุ่งขึ้นเหนือระดับ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และทำจุดสูงสุดที่ 5,107.90 ดอลลาร์ ในขณะที่ราคาโลหะเงินส่งมอบเดือนมีนาคมก็ปรับตัวขึ้นทำสถิติใหม่ที่ระดับ 113.62 ดอลลาร์ต่อออนซ์เช่นกัน ปัจจัยหนุนสำคัญมาจากการปรับเปลี่ยนนโยบายความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และการที่นักลงทุนเทขายพันธบัตรรัฐบาลเพื่อหันมาถือครองโลหะมีค่าเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากความไม่แน่นอน
จับตาการประชุมเฟดและทิศทางค่าเงินดอลลาร์
สัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์ที่สำคัญสำหรับตลาดการเงิน เนื่องจากคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) และธนาคารกลางอื่นๆ ทั่วโลกจะมีการประชุมเพื่อกำหนดอัตราดอกเบี้ย แม้จะมีแรงกดดันจากทำเนียบขาวให้ลดดอกเบี้ย แต่ตลาดคาดการณ์ว่าเฟดจะยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิม นอกจากนี้ ราคาทองคำ ยังได้รับอานิสงส์จากการอ่อนค่าของดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (US Dollar Index) ที่ร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 4 เดือน ท่ามกลางกระแสข่าวเรื่องความเป็นไปได้ในการแทรกแซงค่าเงินร่วมกันระหว่างสหรัฐฯ และญี่ปุ่น เพื่อกดดันให้ดอลลาร์อ่อนค่าลง ซึ่งเป็นปัจจัยบวกโดยตรงต่อราคาสินค้าโภคภัณฑ์
วิเคราะห์แนวโน้มทางเทคนิคของราคาทองคำ
ในเชิงเทคนิค ตลาดทองคำยังคงอยู่ในสภาวะกระทิง (Bull Market) ที่แข็งแกร่งมาก โดย Wyckoff’s Market Rating ให้คะแนนเต็ม 10.0 สำหรับทองคำฟิวเจอร์สเดือนกุมภาพันธ์ เป้าหมายขาขึ้นถัดไปของฝ่ายกระทิงคือการปิดราคาเหนือแนวต้านแข็งแกร่งที่ระดับ 5,250.00 ดอลลาร์ โดยมีแนวต้านแรกอยู่ที่จุดสูงสุดเดิมคือ 5,107.90 ดอลลาร์ และ 5,200.00 ดอลลาร์ตามลำดับ ในทางกลับกัน ฝ่ายหมีต้องพยายามกดราคาให้หลุดแนวรับสำคัญทางเทคนิคที่ 4,750.00 ดอลลาร์ โดยมีแนวรับแรกอยู่ที่ 5,000.00 ดอลลาร์ นักลงทุนควรติดตามความผันผวนอย่างใกล้ชิดเนื่องจากราคาทองคำมีการปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว
















