ทิศทางราคาทองคำล่าสุด: ตลาดผันผวนหนักจากแรงกดดันทางภูมิรัฐศาสตร์
ตลาดทองคำในสัปดาห์ที่ผ่านมาไม่สามารถรักษาแรงซื้อในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe-haven) ไว้ได้ แม้ว่าสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางจะทวีความรุนแรงขึ้นจากการปฏิบัติการร่วมกันของสหรัฐฯ และอิสราเอลต่ออิหร่าน นักวิเคราะห์ชี้ว่าแม้ ราคาทองคำ จะยังอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นในภาพรวม แต่นักลงทุนจำเป็นต้องระมัดระวังและจับตาดูแนวรับสำคัญที่ระดับ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในสัปดาห์หน้าอย่างใกล้ชิด โดยล่าสุดราคาทองคำสปอตปิดตลาดที่ 5,142.60 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ปรับตัวลดลง 2.5% จากสัปดาห์ก่อนหน้า หยุดสถิติการปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง 4 สัปดาห์
เศรษฐกิจสหรัฐฯ ชะลอตัวปะทะความกังวลเงินเฟ้อ
ปัจจัยที่ทำให้ตลาดทองคำเกิดสภาวะ “ชักเย่อ” หรือ Tug-of-war ในขณะนี้มาจากข้อมูลเศรษฐกิจที่ขัดแย้งกัน ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls) ของสหรัฐฯ ในเดือนกุมภาพันธ์ลดลงถึง 92,000 ตำแหน่ง ซึ่งต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้อย่างมาก และอัตราการว่างงานพุ่งขึ้นแตะ 4.4% ข้อมูลเหล่านี้อาจสนับสนุนให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ผ่อนคลายนโยบายการเงิน แต่ในอีกด้านหนึ่ง ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ได้ดันราคาน้ำมันดิบ WTI ให้พุ่งสูงขึ้นแตะระดับ 90 ดอลลาร์ ซึ่งอาจกระตุ้นเงินเฟ้อและบีบให้เฟดต้องคงอัตราดอกเบี้ยไว้นานกว่าที่คาด สถานการณ์นี้ทำให้ ราคาทองคำ มีพฤติกรรมคล้ายสินทรัพย์เสี่ยงที่ขับเคลื่อนด้วยโมเมนตัม มากกว่าจะเป็นหลุมหลบภัยที่แท้จริงในช่วงเวลานี้
จับตาแนวรับจิตวิทยาและทิศทางสัปดาห์หน้า
นักวิเคราะห์จาก FXTM มองว่าระดับ 5,000 ดอลลาร์ เป็นแนวรับทางจิตวิทยาที่สำคัญมาก หากราคาทองคำปิดรายสัปดาห์ต่ำกว่าระดับนี้ อาจส่งสัญญาณการปรับตัวลงที่รุนแรงขึ้น อย่างไรก็ตาม หากสามารถยืนเหนือแนวรับดังกล่าวได้ ก็อาจมีแรงซื้อกลับเข้ามา (Buy on dip) นอกจากนี้ ในสัปดาห์หน้าตลาดยังคงต้องจับตาดูข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญอย่าง ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และดัชนี PCE ของสหรัฐฯ รวมถึงความคืบหน้าของสงครามในตะวันออกกลาง ซึ่งจะเป็นตัวแปรสำคัญในการกำหนดทิศทางของ ราคาทองคำ ต่อไป












