ราคาทองคำเผชิญแรงกดดันระยะสั้นจากเงินเฟ้อพุ่ง แต่มุมมองระยะยาวยังคงสดใส

Gold price, Inflation

ทิศทาง ราคาทองคำ ท่ามกลางความกังวลเรื่องเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่พุ่งสูงขึ้น

ในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา ความกังวลเกี่ยวกับอัตราเงินเฟ้อที่เติบโตขึ้นได้สร้างแรงกดดันอย่างหนักต่อ ราคาทองคำ เนื่องจากตลาดต้องปรับตัวรับความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะชะลอการปรับลดอัตราดอกเบี้ย แม้ว่าการลงทุนในทองคำจะเผชิญกับอุปสรรคในระยะสั้น แต่นักวิเคราะห์หลายรายยังคงเชื่อมั่นว่าแนวโน้มตลาดกระทิงของทองคำในระยะยาวยังคงแข็งแกร่ง

รายงานดัชนีเงินเฟ้อ CPI และ PPI พุ่งสูงเกินคาด

ในช่วงที่ผ่านมา นักลงทุนต้องเผชิญกับรายงานตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญ กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ทั่วไปพุ่งขึ้น 3.8% ในช่วงปีที่ผ่านมา ในขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่รวมราคาอาหารและพลังงานที่มีความผันผวน ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 2.8% ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าเงินเฟ้อยังคงอยู่ห่างไกลจากเป้าหมาย 2% ของเฟด

นอกจากนี้ ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ในเดือนเมษายนยังพุ่งสูงขึ้นถึง 6.0% เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นสูงสุดนับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2022 ในขณะที่ดัชนีราคาผู้ผลิตพื้นฐาน (Core PPI) ก็ปรับตัวขึ้น 4.4% จากข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งทั้งสองรายงาน ตลาดจึงประเมินว่ามีโอกาสมากกว่า 30% ที่เฟดอาจจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งสถานการณ์นี้อาจสร้างความท้าทายให้กับ ราคาทองคำ เนื่องจากดอกเบี้ยที่สูงขึ้นจะเพิ่มต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน ราคาทองคำสปอตมีการซื้อขายอยู่ที่ระดับ 4,687 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งยังคงรักษาระดับเทคนิคที่สำคัญในระยะสั้นไว้ได้

แนวโน้ม ราคาทองคำ ระยะยาวและโอกาสเกิดภาวะ Stagflation

Fawad Razaqzada นักวิเคราะห์ตลาดจาก FOREX.com ให้ความเห็นว่า ภัยคุกคามจากเงินเฟ้ออาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวม แม้ว่าเงินเฟ้อสูงและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่พุ่งขึ้นจะไม่เป็นผลดีต่อสินทรัพย์เสี่ยง แต่ในทางกลับกัน นักลงทุนยิ่งมีเหตุผลในการค้นหาสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยง ทำให้ ข่าวทองคำ และทิศทางของตลาดทองคำในระยะยาวยังคงเป็นบวก

Razaqzada ยังเน้นย้ำถึงความเสี่ยงที่เศรษฐกิจโลกอาจเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจชะงักงัน หรือ Stagflation (ภาวะที่การเติบโตทางเศรษฐกิจชะลอตัวแต่เงินเฟ้อสูง) โดยมีปัจจัยหนุนหลักมาจากราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นและเริ่มฝังรากลึกในระบบเศรษฐกิจวงกว้าง นักวิเคราะห์ชี้ว่า ภาวะ Stagflation เป็นปัจจัยบวกต่อ ราคาทองคำ เพราะจะบีบให้เฟดต้องคงอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำแม้เงินเฟ้อจะสูงขึ้น ทำให้อัตราผลตอบแทนที่แท้จริงลดลง

ท้ายที่สุดนี้ ตลาดการลงทุนยังคงจับตาดูตัวเลขยอดค้าปลีก (Retail Sales) อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินว่าการบริโภคของประชาชนยังคงแข็งแกร่งหรือไม่ ท่ามกลางราคาน้ำมันและอัตราเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับสูง

Loading

Relate Post

XM Global Limited