ราคาทองคำพุ่งทำสถิติสูงสุดใหม่ทะลุ 5,300 ดอลลาร์ รับอานิสงส์ดอลลาร์อ่อนค่าและจับตาผลประชุมเฟด

Gold Price, FOMC Meeting

ราคาทองคำทุบสถิติสูงสุดใหม่ทะลุ 5,345 ดอลลาร์ ดอลลาร์อ่อนค่าหนุนแรงซื้อ

ตลาดทองคำและโลหะมีค่าปรับตัวสูงขึ้นอย่างร้อนแรง โดยเฉพาะ ราคาทองคำ ที่พุ่งทำจุดสูงสุดตลอดกาล (All-time high) แตะระดับ 5,345.00 ดอลลาร์ต่อออนซ์สำหรับสัญญาล่วงหน้าเดือนเมษายน ปัจจัยหลักมาจากความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยในขณะที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าลงอย่างหนักในตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ก่อนที่จะมีการสรุปผลการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) ในช่วงบ่ายวันนี้ตามเวลาสหรัฐฯ ล่าสุดราคาทองคำเดือนเมษายนปิดบวกขึ้นมาถึง 181.60 ดอลลาร์ อยู่ที่ระดับ 5,303.00 ดอลลาร์ ในขณะที่ราคาเงิน (Silver) เดือนมีนาคมก็ปรับตัวขึ้นแรงเช่นกันบวกเพิ่มกว่า 6 ดอลลาร์

CME ปรับขึ้นหลักประกันสัญญา Silver และท่าทีของทรัมป์ต่อค่าเงิน

จากการที่ราคาโลหะมีค่าพุ่งสูงขึ้น ทาง CME Group ได้ประกาศปรับขึ้นอัตราหลักประกัน (Margin) สำหรับสัญญาฟิวเจอร์สแร่เงิน โดยปรับเพิ่มจาก 9% เป็น 11% เพื่อรองรับความผันผวนของตลาด นอกจากนี้ ปัจจัยมหภาคยังได้รับแรงกดดันจากการที่โดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าการที่ดอลลาร์อ่อนค่านั้นส่งผลดีต่อธุรกิจของสหรัฐฯ ส่งผลให้ดัชนีดอลลาร์ร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 4 ปี ซึ่งสถานการณ์นี้เป็นแรงหนุนสำคัญให้กับ ราคาทองคำ ในฐานะสินทรัพย์ที่ป้องกันความเสี่ยง นอกจากนี้ยังมีข่าวเศรษฐกิจอื่น ๆ เช่น Amazon ประกาศลดพนักงานเพิ่มอีก 16,000 ตำแหน่งเพื่อปรับโครงสร้างองค์กรให้กระชับขึ้นท่ามกลางการแข่งขันด้าน AI

วิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำและผลการประชุมเฟด

สำหรับการประชุม FOMC ตลาดคาดการณ์เป็นวงกว้างว่าจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ย แต่จะจับตาถ้อยแถลงของเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด เกี่ยวกับทิศทางนโยบายการเงินและเงินเฟ้อ ในทางเทคนิค วิเคราะห์ราคาทองคำ สัญญาเดือนเมษายนมีแนวต้านสำคัญถัดไปที่ระดับ 5,500.00 ดอลลาร์ โดยมีแนวต้านแรกที่จุดสูงสุดเดิม 5,345.00 ดอลลาร์ ในฝั่งขาลงมีแนวรับแรกที่ 5,193.60 ดอลลาร์ หากหลุดแนวรับนี้อาจลงไปทดสอบที่ 5,100.00 ดอลลาร์ ส่วนราคาน้ำมันดิบมีการซื้อขายรอบระดับ 62.75 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี อยู่ที่ 4.24%

Loading

Relate Post

XM Global Limited