ราคาทองคำและโลหะเงินพุ่งทำสถิติสูงสุดตลอดกาล ท่ามกลางดอลลาร์อ่อนค่า
ราคาทองคำและโลหะเงินปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างร้อนแรงในการซื้อขายช่วงบ่ายวันพุธ โดยทองคำเป็นผู้นำตลาดพุ่งขึ้นทำจุดสูงสุดตลอดกาล (All-time high) ที่ระดับ 5,360.60 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สำหรับสัญญาส่งมอบเดือนเมษายน และทำสถิติการปรับตัวขึ้นในวันเดียวที่มากที่สุดในประวัติศาสตร์ (ในสกุลเงินดอลลาร์) การพุ่งขึ้นของราคาทองคำครั้งนี้ได้รับแรงหนุนจากความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย เนื่องจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่ผันผวนและอ่อนค่าลงอย่างหนักในตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ โดยล่าสุดราคาทองคำสัญญาเดือนเมษายนปิดบวกถึง 197.20 ดอลลาร์ อยู่ที่ 5,317.20 ดอลลาร์ ในขณะที่โลหะเงินก็ปรับตัวขึ้นแรงเช่นกัน
เฟดคงอัตราดอกเบี้ยตามคาด จับตาถ้อยแถลงประธานเฟด
ตลาดทองคำและโลหะเงินยังคงทรงตัวหลังจากการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) เสร็จสิ้นลง โดยเฟดมีมติคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 3.5% ถึง 3.75% ตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ หลังจากที่มีการปรับลดดอกเบี้ยลงติดต่อกันสามไตรมาส แถลงการณ์ของ FOMC ระบุว่าอัตราการว่างงานมีเสถียรภาพและเศรษฐกิจสหรัฐฯ ขยายตัวได้ดี แม้การจ้างงานจะยังต่ำและเงินเฟ้อค่อนข้างสูง นักลงทุนกำลังจับตามองการแถลงข่าวของนายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด เพื่อหาทิศทางนโยบายการเงินในอนาคต รวมถึงมุมมองต่อเงินเฟ้อที่จะเกิดขึ้นในเดือนข้างหน้า
CME ปรับขึ้นหลักประกันสัญญาซื้อขาย และบทวิเคราะห์ทางเทคนิค
CME Group ประกาศปรับขึ้นหลักประกัน (Margins) สำหรับสัญญาฟิวเจอร์สโลหะเงินหลังจากราคาพุ่งแตะระดับสูงสุด โดยจะมีผลบังคับใช้หลังจากตลาดปิดวันพุธ เพื่อรองรับความผันผวนของตลาด นอกจากนี้ ดัชนีดอลลาร์สหรัฐฯ ร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 4 ปี หลังจากประธานาธิบดีทรัมป์แสดงความเห็นว่าการอ่อนค่าของดอลลาร์ส่งผลดีต่อธุรกิจสหรัฐฯ ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนสำคัญให้ราคาทองคำแรลลี่ขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในทางเทคนิคสำหรับราคาทองคำสัญญาฟิวเจอร์สเดือนเมษายน ฝั่งกระทิงมีความได้เปรียบสูงมาก (Wyckoff’s Market Rating: 10.0) โดยมีเป้าหมายแนวต้านถัดไปที่ 5,500.00 ดอลลาร์ แนวรับแรกอยู่ที่ 5,250.00 ดอลลาร์ และแนวรับถัดไปที่ 5,200.00 ดอลลาร์
















