ราคาทองคำยังทรงตัวเหนือ 4,000 ดอลลาร์ ท่ามกลางแรงกดดันดอกเบี้ย
ตลาดทองคำยังคงเผชิญความยากลำบากในการสร้างแรงส่งขาขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ราคาทองคำจะเคลื่อนไหวในกรอบและยืนเหนือระดับ 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ Imaru Casanova ผู้จัดการพอร์ตโลหะมีค่าของ VanEck ระบุว่า ทองคำยังเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุดในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา โดยราคาปรับขึ้นราว 22% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งขณะนั้นซื้อขายใกล้ 3,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์
หุ้นเหมืองทองคำทำผลงานโดดเด่นกว่าตลาดกว้าง
ในช่วงเวลาเดียวกัน หุ้นเหมืองทองคำปรับตัวขึ้นเกือบ 46% สูงกว่าดัชนี S&P 500 ที่เพิ่มขึ้นราว 22% แม้ตลาดหุ้นโดยรวมจะมีมูลค่าการซื้อขายใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่กลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์โดยรวมเพิ่มขึ้นประมาณ 26% สะท้อนว่านักลงทุนยังให้ความสนใจกับสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับทองคำและโลหะมีค่า
แม้แรงกดดันเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูงทำให้ตลาดคาดการณ์ว่าอาจมีการขึ้นดอกเบี้ยอย่างน้อยหนึ่งครั้งในปีนี้ และส่งผลให้ธนาคารหลายแห่งปรับลดเป้าหมายราคาทองคำปลายปีลง แต่ Casanova มองว่าความผันผวนระยะสั้นเป็นเพียงเสียงรบกวน โดยนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มระยะยาวของราคาทองคำ
คาดการณ์ราคาทองคำระยะยาวยังแข็งแกร่ง
เธอระบุว่า แม้มีการปรับลดประมาณการลง ค่าเฉลี่ยฉันทามติของราคาทองคำรายปีในปี 2026 และ 2027 ยังอยู่บริเวณ 4,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และยังสูงกว่า 4,000 ดอลลาร์ในปี 2028 และ 2029 ปัจจัยที่ต้องจับตาคือความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ผลกระทบระยะยาวจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางต่อเศรษฐกิจโลก และทิศทางเงินเฟ้อ
เงินเฟ้อชะลอ แต่ยังสูงกว่าเป้าหมายเฟด
ข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภค หรือ CPI ล่าสุด แสดงให้เห็นว่าแรงกดดันเงินเฟ้อลดลงจากราคาพลังงานที่ปรับตัวลง โดยราคาผู้บริโภคลดลง 0.4% ในเดือนล่าสุด ขณะที่เงินเฟ้อทั่วไปในรอบ 12 เดือนอยู่ที่ 3.5% ลดลงจาก 4.2% ส่วนเงินเฟ้อพื้นฐานชะลอลงสู่ 2.6% จาก 2.9% อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวยังสูงกว่าเป้าหมาย 2% ของธนาคารกลางสหรัฐ
Casanova มองว่าสภาพแวดล้อมที่เฟดคงดอกเบี้ยเป็นเวลานาน อาจทำให้อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงลดลงหรือเข้าสู่แดนลบ ซึ่งในอดีตถือเป็นปัจจัยบวกต่อราคาทองคำ เพราะทองคำมักทำหน้าที่เป็นสินทรัพย์กระจายความเสี่ยงและเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงของพอร์ตลงทุน
หุ้นทองคำยังมีโอกาสจากกระแสเงินสดสูง
ในระหว่างที่ราคาทองคำยังแกว่งตัว Casanova ระบุว่าหุ้นเหมืองทองคำอาจเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เนื่องจากมูลค่าหุ้นยังต่ำเมื่อเทียบกับอดีต ขณะที่ฐานะการเงินและการดำเนินงานของบริษัทในกลุ่มนี้แข็งแกร่ง ราคาทองคำปัจจุบันช่วยให้บริษัทสร้างกระแสเงินสดระดับสูงเป็นประวัติการณ์ โดยต้นทุนรวมเฉลี่ยคาดว่าจะต่ำกว่า 2,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในปี 2026 ทำให้อัตรากำไรยังแข็งแกร่ง แม้ราคาทองคำอยู่ที่ 4,000 ดอลลาร์ และเปิดทางให้บริษัทลงทุนเติบโต จ่ายปันผล และซื้อหุ้นคืนได้















