บาร์เคลย์สคาดราคาทองคำฟื้นแรง แม้ถูกกดดันจากดอลลาร์และหุ้นสหรัฐ
บาร์เคลย์ส ธนาคารรายใหญ่ของสหราชอาณาจักร ประเมินว่า การปรับตัวลงของราคาทองคำราว 26% ในช่วงความขัดแย้งอิหร่าน ไม่ได้สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยพื้นฐานระยะยาว แต่เกิดจากแรงกดดันชั่วคราว ได้แก่ ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่า อัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงขึ้น ตลาดหุ้นที่ร้อนแรง และการปิดสถานะลงทุนแบบมีเลเวอเรจในตลาดโลหะมีค่า
ราคาทองคำถูกกดดันจากดอลลาร์และตลาดหุ้น
ทีมวิจัยสินทรัพย์ข้ามตลาดของบาร์เคลย์ส ระบุว่า ราคาทองคำที่ร่วงจากจุดสูงสุดในเดือนมกราคมสู่จุดต่ำสุดในเดือนมิถุนายน เป็นผลจากการที่ตลาดปรับคาดการณ์ลดโอกาสการลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐในปีนี้ ขณะเดียวกันดัชนี S&P 500 ที่ปรับขึ้นประมาณ 10% ดึงดูดเงินลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ออกจากทองคำ
บาร์เคลย์สคำนวณว่า การแข็งค่าของดัชนีดอลลาร์และการพุ่งขึ้นของตลาดหุ้นสหรัฐ มีส่วนทำให้ราคาทองคำลดลงราว 10% ส่วนที่เหลือมาจากการคลายสถานะในตลาดโลหะ รวมถึงแรงขายทองคำจากธนาคารกลางรัสเซียและตุรกี ซึ่งยิ่งเพิ่มแรงกดดันในระยะสั้น
ปัจจัยหนุนทองคำยังไม่หายไป
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่า ปัจจัยลบเหล่านี้เป็นเพียงปัจจัยชั่วคราว ขณะที่แรงขับเคลื่อนเชิงโครงสร้างของทองคำยังคงแข็งแกร่ง ทั้งเงินเฟ้อที่ยังดื้อด้าน ความไม่แน่นอนด้านนโยบาย และการกระจายทุนสำรองของธนาคารกลางทั่วโลกออกจากสินทรัพย์สกุลดอลลาร์
สำหรับนักลงทุนที่ติดตามราคาทองคำ บาร์เคลย์สชี้ว่า ทองคำยังมีบทบาทสำคัญในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย โดยเฉพาะเมื่อความเสี่ยงด้านพลังงานจากตะวันออกกลางอาจผลักดันเงินเฟ้อให้สูงขึ้น ธนาคารประเมินว่า ทุกการเพิ่มขึ้นของเงินเฟ้อ 1 จุดเปอร์เซ็นต์ สามารถหนุนราคาทองคำได้ประมาณ 5%
คาดราคาทองคำปี 2026-2027 ใกล้ 4,900 ดอลลาร์
บาร์เคลย์สประเมินมูลค่ายุติธรรมของทองคำในปัจจุบันไว้ที่ 4,150 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และคาดว่าราคาจะฟื้นตัวเมื่อความตึงเครียดจากวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซเริ่มคลี่คลาย พร้อมคาดว่าแนวโน้มดอลลาร์อ่อนค่า การกลับมาซื้อทองคำอย่างต่อเนื่องของธนาคารกลาง และแรงกดดันเงินเฟ้อจากราคาพลังงาน จะเป็นปัจจัยสนับสนุนหลัก
ธนาคารยังคงเป้าหมายราคาทองคำปี 2026 ที่ 4,791 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และปี 2027 ที่ 4,900 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แม้อาจมีความผันผวนและแรงขายระยะสั้นเพิ่มเติม พร้อมแนะนำให้นักลงทุนพิจารณาหุ้นเหมืองทอง เช่น Endeavour, Hochschild, Fresnillo, Newmont และ Agnico Eagle โดยระบุว่า หากมีช่วงเวลาที่ทองคำควรซื้อขายในระดับพรีเมียม ช่วงเวลานั้นก็คือปัจจุบัน
















