ราคาทองคำปรับลงก่อนตลาดอเมริกาเหนือจับตาผลประชุมเฟด
ราคาทองคำสปอตและราคาเงินปรับตัวลดลงก่อนเปิดตลาดอเมริกาเหนือวันอังคาร เนื่องจากดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐยังอยู่ในระดับสูง และนักลงทุนระมัดระวังก่อนการตัดสินใจนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด ในสัปดาห์นี้ ล่าสุดทองคำสปอตเคลื่อนไหวใกล้ 4,031 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ลดลง 1.09% ขณะที่เงินสปอตอยู่ใกล้ 57.19 ดอลลาร์ ลดลง 1.89%
ทองคำยังยืนเหนือแนวรับ 4,000 ดอลลาร์ แต่เจอแรงกดดันจากดอลลาร์
กรอบการซื้อขายช่วงต้นของทองคำอยู่ระหว่าง 4,016.20-4,082.90 ดอลลาร์ ทำให้ราคายังยืนเหนือแนวรับสำคัญบริเวณ 4,000 ดอลลาร์ แต่ยังไม่สามารถทะลุโซนเบรกเอาต์ 4,150-4,200 ดอลลาร์ได้ ส่วนราคาเงินเคลื่อนไหวในกรอบ 56.60-58.70 ดอลลาร์ โดยยังยืนเหนือแนวรับ 55.00 ดอลลาร์ แต่ไม่สามารถกลับขึ้นเหนือโซนตอบสนองของนักเทรดที่ 58.53-59.44 ดอลลาร์
ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐล่าสุดทำให้ตลาดยังไม่มั่นใจว่าเฟดจะเปลี่ยนท่าทีไปสู่การผ่อนคลายนโยบายอย่างชัดเจน แม้เงินเฟ้อ CPI และ PPI รวมถึงคำสั่งซื้อสินค้าคงทนจะอ่อนตัวลง แต่ยอดค้าปลีกที่แข็งแกร่ง จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานต่ำ กิจกรรมภาคธุรกิจดีขึ้น และความเชื่อมั่นผู้บริโภคฟื้นตัว ทำให้นักลงทุนยังประเมินความเสี่ยงที่เฟดอาจคงท่าทีเข้มงวด อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีอยู่ใกล้ 4.62% ส่วนดัชนีดอลลาร์อยู่ใกล้ระดับสูงสุดในรอบหนึ่งเดือน
ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ยังหนุนทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
สถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซยังไม่กลับสู่ภาวะปกติ แม้มีการหยุดโจมตีโดยตรงระหว่างสหรัฐและอิหร่านชั่วคราว การขนส่งน้ำมันยังเบาบาง ขณะที่ความเสี่ยงในเส้นทางทะเลแดงและบับเอลมันเดบยังสูง ราคาน้ำมันดิบเบรนต์และ WTI ปรับลงแรงจากจุดสูงสุดของสัปดาห์ก่อน ซึ่งช่วยลดแรงกดดันเงินเฟ้อและบอนด์ยีลด์ต่อทองคำ แต่ความเสี่ยงด้านการขนส่งยังคงสร้างแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยอยู่เบื้องหลัง
แนวรับแนวต้านราคาทองคำและราคาเงินที่ต้องจับตา
ในเชิงเทคนิค ฝั่งหมีของทองคำยังได้เปรียบระยะสั้น เพราะราคายังอยู่ต่ำกว่าเพดาน 4,150 ดอลลาร์ และต่ำกว่าระดับเบรกเอาต์ 4,200 ดอลลาร์ เป้าหมายขาขึ้นแรกคือการกลับเหนือ 4,082.90 ดอลลาร์ หากผ่านได้อาจทดสอบ 4,150 และ 4,200 ดอลลาร์ ส่วนแนวรับสำคัญอยู่ที่ 4,016.20 ดอลลาร์ หากหลุดอาจเปิดทางลงสู่ 3,950 และ 3,900 ดอลลาร์ สำหรับเงิน แนวต้านแรกอยู่ที่ 58.53 และ 59.44 ดอลลาร์ ส่วนแนวรับอยู่ที่ 56.60 และ 55.00 ดอลลาร์ นักลงทุนยังต้องติดตามผลประชุมเฟด ตัวเลข GDP และเงินเฟ้อ PCE รวมถึงความเสี่ยงใหม่ในเส้นทางขนส่งพลังงานโลก
















