ราคาทองคำแกว่งตัว แม้ข้อมูลภาคการผลิตสหรัฐส่งสัญญาณชะลอตัว
ตลาดทองคำยังเผชิญแรงกดดันในการดึงดูดแรงซื้อในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง แม้ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐล่าสุดสะท้อนว่า ภาคการผลิตขยายตัวในอัตราที่ช้ากว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ โดยนักลงทุนยังคงประเมินทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ หรือ เฟด อย่างระมัดระวัง ท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูงและความกังวลต่อการชะลอตัวของเศรษฐกิจ
คำสั่งซื้อสินค้าคงทนสหรัฐเพิ่มขึ้นเพียง 0.3%
กระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานว่า ยอดคำสั่งซื้อสินค้าคงทนประจำเดือนมิถุนายนเพิ่มขึ้น 0.3% หลังจากเดือนพฤษภาคมถูกปรับทบทวนเป็นลดลง 4.0% ตัวเลขดังกล่าวต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดไว้ว่าจะเพิ่มขึ้น 1.6% สะท้อนให้เห็นว่าแรงขับเคลื่อนในภาคการผลิตยังไม่แข็งแกร่งพอ ขณะที่คำสั่งซื้อสินค้าคงทนพื้นฐาน ซึ่งไม่นับรวมหมวดขนส่งที่มีความผันผวนสูง เพิ่มขึ้น 0.6% ต่ำกว่าคาดการณ์ที่ 0.9% เช่นกัน
ทองคำยังไม่ตอบรับแรงหนุนจากข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอ
แม้ตัวเลขภาคการผลิตที่อ่อนแอกว่าคาดโดยทั่วไปควรช่วยหนุนราคาทองคำ เนื่องจากอาจทำให้เฟดลังเลต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม แต่ตลาดทองคำกลับยังไม่แสดงปฏิกิริยาเชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญ นักวิเคราะห์มองว่า นักลงทุนยังรอสัญญาณที่ชัดเจนมากขึ้นเกี่ยวกับเงินเฟ้อ ตลาดแรงงาน และจุดยืนของเฟด ก่อนเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในทองคำ
แนวโน้มราคาทองคำขึ้นอยู่กับดอกเบี้ยและความเสี่ยงเศรษฐกิจ
ในภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ทองคำมักได้รับความสนใจในฐานะสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยง อย่างไรก็ตาม หากอัตราดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับสูง ต้นทุนค่าเสียโอกาสของการถือครองทองคำซึ่งไม่มีผลตอบแทนดอกเบี้ยก็ยังเป็นปัจจัยกดดันตลาด ล่าสุดราคาทองคำสปอตซื้อขายที่ 4,087.17 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพิ่มขึ้น 0.80% ในวันเดียวกัน โดยนักลงทุนยังคงจับตาข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐชุดถัดไป เพื่อประเมินแนวโน้มราคาทองคำในระยะสั้นและทิศทางเงินทุนในตลาดโลหะมีค่า











