เกาะติดสถานการณ์ราคาทองคำ: ตลาดกระทิงดันราคาเฉียด 4,900 ดอลลาร์
ราคาทองคำในตลาดฟิวเจอร์สส่งมอบเดือนกุมภาพันธ์ปรับตัวพุ่งสูงขึ้นอย่างร้อนแรง โดยล่าสุดบวกเพิ่มขึ้น 43.60 ดอลลาร์ มาปิดที่ระดับ 4,880.90 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งใกล้เคียงกับระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในสัปดาห์นี้ ในขณะเดียวกัน ราคาแร่เงิน (Silver) ก็สร้างความฮือฮาด้วยการพุ่งขึ้นแตะจุดสูงสุดตลอดกาลใหม่ที่ 95.885 ดอลลาร์ การปรับตัวขึ้นครั้งนี้ได้รับแรงหนุนหลักจากการซื้อตามปัจจัยทางเทคนิค (Chart-based buying) โดยกราฟราคาทองคำยังคงส่งสัญญาณขาขึ้น (Bullish) อย่างชัดเจน แม้ว่านักลงทุนในตลาดโลกจะเริ่มกล้าเสี่ยงลงทุนในสินทรัพย์ประเภทอื่นมากขึ้นก็ตาม
ปัจจัยเศรษฐกิจโลกที่ส่งผลกระทบต่อราคาทองคำวันนี้
สถานการณ์ข่าวต่างประเทศมีผลต่อความเคลื่อนไหวของตลาด ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ออกมาประกาศว่าจะระงับการขึ้นภาษีสินค้าจากชาติยุโรปที่เคยคัดค้านกรณีเกาะกรีนแลนด์ โดยอ้างถึงกรอบข้อตกลงใหม่ที่เกิดขึ้น ซึ่งช่วยลดความตึงเครียดทางการค้าลงได้บางส่วน นอกจากนี้ ตลาดพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นเริ่มฟื้นตัวหลังจากถูกเทขายอย่างหนัก โดยนักลงทุนกำลังจับตามองการตัดสินใจนโยบายของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) และถ้อยแถลงของผู้ว่าการคาซูโอะ อุเอดะ ในวันศุกร์นี้ สำหรับปัจจัยภายนอกตลาดทองคำ ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 59.75 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ดัชนีดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าลงอย่างมีนัยสำคัญ และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี อยู่ที่ประมาณ 4.25% ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยพยุงราคาทองคำไว้
วิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำทางเทคนิค
ในมุมมองทางเทคนิคสำหรับราคาทองคำ ตลาดกระทิง (Bulls) ยังคงมีความได้เปรียบทางเทคนิคในระดับสูง โดยมีเป้าหมายแนวต้านสำคัญทางจิตวิทยาถัดไปที่การปิดเหนือระดับ 5,000.00 ดอลลาร์ แนวต้านแรกอยู่ที่ระดับสูงสุดเดิม 4,891.10 ดอลลาร์ และถัดไปที่ 4,900.00 ดอลลาร์ ในทางกลับกัน ฝั่งตลาดหมี (Bears) จะต้องกดราคาให้ต่ำกว่าแนวรับสำคัญทางเทคนิคที่ 4,539.10 ดอลลาร์ แต่ในระยะสั้นมีแนวรับแรกมองที่ 4,800.00 ดอลลาร์ หากหลุดระดับนี้จะมีแนวรับถัดไปที่ 4,772.70 ดอลลาร์ สำหรับแร่เงิน เป้าหมายถัดไปคือการยืนเหนือ 100.00 ดอลลาร์ ทั้งนี้ นักลงทุนควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดเพื่อปรับกลยุทธ์การลงทุนให้เหมาะสมกับความผันผวนของตลาด
















