สถานการณ์ราคาทองคำและเงินดีดตัวขึ้นรับแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย
ในช่วงเที่ยงวันพุธตามเวลาสหรัฐฯ ราคาทองคำและราคาโลหะเงินมีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยได้รับแรงหนุนหลักจากการกลับเข้ามาซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe-haven bidding) ท่ามกลางสถานการณ์สงครามครั้งใหญ่ที่กำลังดำเนินไปในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งผลลัพธ์สุดท้ายของความขัดแย้งนี้ยังคงมีความไม่แน่นอนสูง ส่งผลให้นักลงทุนหันเข้าหาทองคำเพื่อลดความเสี่ยง อย่างไรก็ตาม ราคาได้มีการย่อตัวลงจากระดับสูงสุดของวันเล็กน้อย เนื่องจากการเทขายทำกำไรบางส่วนของนักลงทุนในตลาดฟิวเจอร์สระยะสั้น
ปัจจัยแวดล้อมตลาดและการเคลื่อนไหวของดอลลาร์
ข้อมูลล่าสุดระบุว่าสัญญาทองคำส่งมอบเดือนเมษายนปรับตัวขึ้น 37.00 ดอลลาร์ มาอยู่ที่ระดับ 5,160.00 ดอลลาร์ ขณะที่ราคาเงินส่งมอบเดือนมีนาคมเพิ่มขึ้น 0.607 ดอลลาร์ มาอยู่ที่ 83.485 ดอลลาร์ สำหรับปัจจัยภายนอกที่สำคัญในวันนี้ ดัชนีดอลลาร์สหรัฐฯ ปรับตัวอ่อนค่าลง ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยหนุนราคาทองคำ ในขณะที่ราคาน้ำมันดิบ Nymex ยังคงทรงตัวและซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 74.25 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทางด้านอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี (Yield) ปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 4.1 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ ตลาดทองคำยังแบ่งกลไกราคาออกเป็นตลาดสปอต (Spot Market) สำหรับการส่งมอบทันที และตลาดฟิวเจอร์ส (Futures Market) สำหรับการส่งมอบในอนาคต ซึ่งสัญญาเดือนธันวาคมยังคงมีการซื้อขายหนาแน่นที่สุดใน CME เนื่องจากการปรับพอร์ตช่วงสิ้นปี
วิเคราะห์แนวโน้มทางเทคนิคสำหรับราคาทองคำ
ในมุมมองทางเทคนิคสำหรับฟิวเจอร์สทองคำเดือนเมษายน เป้าหมายขาขึ้นถัดไปของฝ่ายกระทิงคือการปิดราคาเหนือแนวต้านที่แข็งแกร่งซึ่งเป็นจุดสูงสุดของสัญญาที่ 5,626.80 ดอลลาร์ ส่วนเป้าหมายขาลงระยะใกล้ของฝ่ายหมีคือการผลักดันราคาให้หลุดต่ำกว่าแนวรับทางเทคนิคที่ 5,000.00 ดอลลาร์ โดยมีแนวต้านแรกอยู่ที่ 5,200.00 ดอลลาร์ และถัดไปที่ 5,250.00 ดอลลาร์ ในขณะที่แนวรับแรกอยู่ที่จุดต่ำสุดของคืนที่ผ่านมาที่ 5,092.80 ดอลลาร์ และแนวรับสำคัญถัดไปที่ 5,000.00 ดอลลาร์ คะแนน Wyckoff Market Rating สำหรับทองคำอยู่ที่ 6.5 ส่วนแร่เงินอยู่ที่ 5.5 ซึ่งสะท้อนถึงสภาวะตลาดที่ยังคงมีความผันผวนและโอกาสในการทำกำไร
















