ราคาทองคำพุ่งเหนือ 5,200 ดอลลาร์ รับแรงหนุนวิกฤตตะวันออกกลางและตัวเลขเงินเฟ้อ

Gold Price, Safe Haven

ราคาทองคำพุ่งเหนือ 5,200 ดอลลาร์ รับแรงหนุนจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง

ความเสี่ยงจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่กำลังปะทุขึ้นอีกครั้งทำให้นักลงทุนทั่วโลกต้องจับตามองสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและหันมาถือครองทองคำเพื่อความปลอดภัย ท่ามกลางความกังวลว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจลุกลามบานปลาย ราคาทองคำได้ดีดตัวกลับขึ้นไปยืนเหนือระดับ 5,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงสุดสัปดาห์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนยอมที่จะจ่ายแพงขึ้นเพื่อซื้อประกันความเสี่ยง มากกว่าที่จะต้องกังวลกับความผันผวนของการเปิดตลาดฟิวเจอร์สในเช้าวันจันทร์

แนวโน้มราคาโลหะเงินและการคาดการณ์ตลาด

ในขณะเดียวกัน โลหะเงิน (Silver) ก็แสดงพฤติกรรมที่ผันผวนแต่ยังคงได้รับอานิสงส์จากการเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยเช่นเดียวกับทองคำ โดยราคาทรงตัวอยู่เหนือระดับ 93 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทั้งนี้โลหะทั้งสองชนิดกำลังปิดท้ายเดือนในระดับที่ใกล้เคียงกับสถิติสูงสุด ซึ่งเป็นการพลิกฟื้นที่น่าประทับใจเมื่อเทียบกับช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ โดยราคาทองคำฟื้นตัวขึ้นมากว่า 19% จากจุดต่ำสุดที่ประมาณ 4,400 ดอลลาร์ ขณะที่โลหะเงินพุ่งขึ้นกว่า 45% จากระดับต่ำสุดที่ 64 ดอลลาร์

ทางด้านนักวิเคราะห์จาก Bank of America ยังคงมองว่าแม้จะมีการพักฐานต่ำกว่า 5,200 ดอลลาร์ แต่ทองคำยังมีโอกาสไปต่อถึง 6,000 ดอลลาร์ ขณะที่ MKS PAMP มองว่าตลาดกระทิงรอบนี้อาจผลักดันราคาไปถึง 6,750 ดอลลาร์เมื่อสถานการณ์การเมืองสหรัฐฯ ร้อนแรงขึ้น

เงินเฟ้อสหรัฐฯ ปัจจัยท้าทายสำคัญต่อราคาทอง

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่อาจเป็นอุปสรรคสำคัญในระยะข้างหน้าคือทิศทางนโยบายการเงินของสหรัฐฯ ล่าสุดกระทรวงแรงงานรายงานว่าดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) พุ่งขึ้น 2.9% ซึ่งสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่ 2.6% แรงกดดันจากเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่เหนียวแน่นอาจบีบให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ต้องคงนโยบายที่เป็นกลางไว้นานกว่าที่ตลาดคาดหวัง ซึ่งอาจชะลอแรงส่งขาขึ้นของทองคำได้บ้างหากความคาดหวังเรื่องการลดดอกเบี้ยถูกเลื่อนออกไป แต่ด้วยความไม่แน่นอนที่มีอยู่มากและหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้น นักลงทุนจึงยังคงทยอยสะสมสถานะซื้อเมื่อราคาย่อตัวลงเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากสถานการณ์โลกที่คาดเดาได้ยาก

Loading

Relate Post

XM Global Limited