ราคาทองคำเดินหน้าทำนิวไฮ จ่อทดสอบระดับจิตวิทยา 5,000 ดอลลาร์
เปิดศักราชใหม่ด้วยความร้อนแรงสำหรับตลาดโลหะมีค่า โดยล่าสุด ราคาทองคำ กำลังพุ่งทะยานเข้าใกล้ระดับสำคัญที่ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ในขณะที่ราคาแร่เงินได้ทะลุระดับ 100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แม้ว่าอินดิเคเตอร์ด้านโมเมนตัมจะบ่งชี้ถึงภาวะซื้อมากเกินไป (Overbought) อย่างชัดเจน แต่นักวิเคราะห์จากสถาบันการเงินชั้นนำต่างมองว่า การปรับตัวขึ้นของราคาในครั้งนี้สะท้อนถึงปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง และไม่ใช่เพียงแค่แรงเก็งกำไรระยะสั้นเท่านั้น แต่เป็นการเคลื่อนไหวของเม็ดเงินลงทุนจริงที่กำลังไหลเข้าสู่ตลาด
แรงซื้อจากธนาคารกลางและความกังวลวิกฤตหนี้สหรัฐฯ
Ole Hansen หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์สินค้าโภคภัณฑ์ของ Saxo Bank วิเคราะห์ว่า แม้กระแสความกลัวการตกรถ (FOMO) จะมีบทบาทในการผลักดันราคาเข้าสู่โซนที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แต่ปัจจัยมหภาคยังคงเอื้ออำนวยต่อโลหะมีค่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งความต้องการของธนาคารกลางที่ยังคงซื้อทองคำเพื่อกระจายความเสี่ยง ท่ามกลางความเชื่อมั่นในวินัยทางการคลังของสหรัฐฯ ที่เปราะบางลงเรื่อยๆ จากการกู้ยืมของรัฐบาลที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และการขู่กดดันจากสหรัฐฯ ยังบีบให้สถาบันการเงินและกองทุนในยุโรป เช่น กองทุนบำเหน็จบำนาญของเดนมาร์ก ต้องปรับพอร์ตการลงทุนโดยการขายพันธบัตรสหรัฐฯ เพื่อลดความเสี่ยง ซึ่ง Chris Vecchio จาก Tastylive.com ชี้ว่านักลงทุนจำเป็นต้องหาสินทรัพย์ที่ไม่อิงกับระบบเงินตรา (Fiat Currency) เพื่ออุดรูรั่วในพอร์ตการลงทุน
วิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำและการประชุมเฟด
Aaron Hill นักวิเคราะห์จาก FP Markets มองว่าด้วยโมเมนตัมปัจจุบัน ราคาทองคำ มีโอกาสสูงที่จะทะลุ 5,000 ดอลลาร์ และอาจไปได้ไกลถึง 5,200–5,400 ดอลลาร์ก่อนที่จะมีการปรับฐานอย่างจริงจัง เนื่องจากทุกครั้งที่ราคาย่อตัวลงจะมีแรงซื้อกลับเข้ามาอย่างรวดเร็ว สำหรับสัปดาห์หน้า ตลาดจับตามองการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ซึ่งคาดว่าจะยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้ โดยข้อมูลเงินเฟ้อที่ยังคงสูงทำให้เฟดยังไม่มีแนวโน้มจะลดดอกเบี้ยจนกว่าจะถึงช่วงกลางปี อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเรื่องดอกเบี้ยดูเหมือนจะมีผลกระทบน้อยกว่ากระแสการป้องกันความเสี่ยงจากการด้อยค่าของค่าเงินดอลลาร์ในขณะนี้












