ราคาทองคำยังแกร่งยืนเหนือ 5,000 ดอลลาร์ หลังข้อมูลยอดค้าปลีกสหรัฐฯ ต่ำกว่าคาด
ตลาดทองคำยังคงแสดงสัญญาณแห่งความแข็งแกร่งและมีเสถียรภาพอย่างต่อเนื่อง โดยสามารถรักษาระดับราคาไว้ได้เหนือ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ในขณะเดียวกัน ข้อมูลการบริโภคที่น่าผิดหวังจากการที่ผู้บริโภคชาวอเมริกันใช้จ่ายน้อยลงในเดือนธันวาคม อาจเป็นปัจจัยกระตุ้นความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe-haven Demand) ตามมุมมองของนักวิเคราะห์หลายราย โดยสถานการณ์ล่าสุดของ ราคาทองคำ ยังคงเป็นที่จับตามองของนักลงทุนทั่วโลก ท่ามกลางความผันผวนของตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ
เจาะลึกตัวเลขเศรษฐกิจ: ยอดค้าปลีกสหรัฐฯ หยุดชะงัก
กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ได้ประกาศเมื่อวันอังคารว่า ยอดค้าปลีกของสหรัฐฯ แทบไม่มีการเปลี่ยนแปลงในเดือนสุดท้ายของปี 2025 ซึ่งถือเป็นข้อมูลการบริโภคที่อ่อนแอกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยก่อนหน้านี้นักเศรษฐศาสตร์ได้คาดการณ์ว่าจะมีการปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.4% รายงานระบุว่าในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ยอดค้าปลีกเพิ่มขึ้นเพียง 2.4% เท่านั้น สำหรับยอดค้าปลีกพื้นฐาน (Core Sales) ซึ่งไม่รวมการซื้อยานพาหนะ ก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลงเช่นกันในเดือนธันวาคม หลังจากที่มีการปรับทบทวนตัวเลขเพิ่มขึ้น 0.4% ในเดือนพฤศจิกายน ข้อมูลพื้นฐานนี้นับว่าน่าผิดหวังเช่นกัน เนื่องจากผลสำรวจฉันทามติคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.3%
ผลกระทบต่อทิศทางราคาทองคำและนโยบายดอกเบี้ย
สิ่งที่น่าสนใจคือกลุ่มควบคุม (Control Group) ซึ่งไม่รวมยอดขายจากตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ ร้านขายวัสดุก่อสร้าง สถานีบริการน้ำมัน และร้านขายอุปกรณ์สำนักงาน ซึ่งเป็นตัวเลขที่นำไปคำนวณใน GDP ของสหรัฐฯ โดยตรง ได้ปรับตัวลดลง 0.1% ซึ่งพลาดเป้าหมายที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.4% แม้ว่าตลาดทองคำจะยังไม่แสดงปฏิกิริรารุนแรงต่อข้อมูลเศรษฐกิจที่น่าผิดหวังนี้ โดยล่าสุด ราคาทองคำ ตลาดสปอตซื้อขายอยู่ที่ 5,049.10 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ลดลง 0.18% ในระหว่างวัน แต่นักวิเคราะห์บางรายตั้งข้อสังเกตว่า ข้อมูลการบริโภคที่อ่อนแอประกอบกับตลาดแรงงานสหรัฐฯ ที่เริ่มเย็นลง อาจส่งผลกระทบต่อความคาดหวังเรื่องอัตราดอกเบี้ยในระยะต่อไป ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกต่อทองคำในระยะยาว














