ราคาทองคำวันนี้ร่วงแรง หลุดแนวรับสำคัญ 5,000 ดอลลาร์
ตลาดทองคำยังคงเผชิญกับสภาวะที่ยากลำบากในการพยายามยืนเหนือระดับจิตวิทยาสำคัญที่ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ล่าสุดราคาทองคำได้รับแรงกดดันเพิ่มเติมจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ โดยเฉพาะข้อมูลภาคการผลิตจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) สาขานิวยอร์ก ซึ่งส่งผลให้เกิดแรงเทขายในตลาดโลหะมีค่าอย่างต่อเนื่อง
ดัชนีภาคการผลิต Empire State แข็งแกร่งเกินคาด
ธนาคารกลางสหรัฐฯ สาขานิวยอร์กได้รายงานข้อมูลเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า ดัชนีภาคการผลิต Empire State (Empire State Manufacturing Survey) ในเดือนกุมภาพันธ์ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 7.1 เมื่อเทียบกับตัวเลขในเดือนมกราคมที่ระดับ 7.7 อย่างไรก็ตาม แม้ตัวเลขจะลดลงเล็กน้อย แต่ข้อมูลดังกล่าวกลับออกมาดีกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์และนักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้อย่างมีนัยสำคัญ โดยตลาดได้ประเมินไว้ก่อนหน้านี้ว่าดัชนีจะอยู่ที่ระดับ 6.4 เท่านั้น
นายริชาร์ด ดีทซ์ (Richard Deitz) ที่ปรึกษาด้านการวิจัยทางเศรษฐกิจของเฟดนิวยอร์ก ได้กล่าวถึงสถานการณ์นี้ว่า “กิจกรรมภาคการผลิตในรัฐนิวยอร์กยังคงขยายตัวในระดับปานกลางในเดือนกุมภาพันธ์ บริษัทต่างๆ ยังคงมีความมองโลกในแง่ดีว่าสภาวะทางธุรกิจจะปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับความคาดหวังว่าการจ้างงานจะมีการเติบโตขึ้น”
วิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำและแรงกดดันทางเทคนิค
ปฏิกิริยาของตลาดทองคำต่อข้อมูลเศรษฐกิจที่ดีเกินคาดนี้ ไม่ได้ส่งผลในเชิงบวกต่อราคาทองคำแต่อย่างใด ในทางกลับกัน ทองคำกำลังเผชิญกับแรงขายทางเทคนิคที่รุนแรง (Technical Selling Pressure) ส่งผลให้ราคาทองคำสปอต (Spot Gold) ล่าสุดมีการซื้อขายกันอยู่ที่ระดับ 4,915.50 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งปรับตัวลดลงถึง 1.5% ในระหว่างวัน
การที่ตัวเลขเศรษฐกิจออกมาแข็งแกร่งมักจะเป็นปัจจัยลบต่อราคาทองคำ เนื่องจากนักลงทุนอาจมองว่าเศรษฐกิจฟื้นตัวได้ดี ลดความต้องการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัย และอาจส่งผลต่อนโยบายดอกเบี้ยในอนาคต ทำให้ราคาทองคำต้องเผชิญกับความท้าทายในการกลับมายืนเหนือแนวต้านสำคัญต่อไป














