ราคาทองคำปรับฐานแรง แต่แนวโน้มขาขึ้นระยะยาวยังมีแรงหนุน
หลังจากตลาดทองคำเริ่มต้นปีอย่างผันผวนและราคาปรับตัวลงแรง นักกลยุทธ์จาก WisdomTree มองว่า การปรับฐานล่าสุดไม่ได้หมายถึงการสิ้นสุดของวัฏจักรขาขึ้นในตลาดทองคำ แต่เป็นการดึงราคากลับเข้าสู่ระดับที่ใกล้เคียงมูลค่ายุติธรรมมากขึ้น หลังจากก่อนหน้านี้แรงเก็งกำไรผลักดันราคาทองคำให้สูงเกินปัจจัยพื้นฐาน
นีเตช ชาห์ หัวหน้าฝ่ายวิจัยสินค้าโภคภัณฑ์และเศรษฐกิจมหภาคของ WisdomTree ให้ความเห็นกับ Kitco News ว่า นักลงทุนอาจประเมินโอกาสการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด รุนแรงเกินไป หลังเฟดส่งสัญญาณเข้มงวดในการประชุมนโยบายการเงินเดือนมิถุนายน เขามองว่าตลาดกำลังให้น้ำหนักกับท่าทีของผู้กำหนดนโยบายมากเกินไป โดยมองข้ามข้อจำกัดทางเศรษฐกิจที่เฟดต้องเผชิญ
เฟดขึ้นดอกเบี้ยอาจไม่แรงเท่าที่ตลาดคาด
ชาห์ระบุว่า แม้ตลาดแรงงานยังแข็งแกร่งและเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูง แต่ไม่ได้หมายความว่าเฟดจะสามารถขึ้นดอกเบี้ยได้หลายครั้งอย่างรวดเร็ว หากเฟดลดขนาดงบดุลอย่างจริงจัง นั่นถือเป็นการตึงตัวทางการเงินอยู่แล้ว และอาจลดความจำเป็นในการขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม
อีกปัจจัยสำคัญคือภาระหนี้ของรัฐบาลสหรัฐที่เพิ่มสูงขึ้น หากเฟดใช้นโยบายการเงินเข้มงวดเกินไป ต้นทุนดอกเบี้ยของรัฐบาลจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และอาจบีบให้เฟดต้องกลับมาลดดอกเบี้ยในภายหลัง หากเศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะถดถอยหรือระบบการเงินเกิดความเปราะบาง
ราคาทองคำกลับมาใกล้มูลค่ายุติธรรม
ตามแบบจำลองประเมินมูลค่าทองคำของชาห์ ซึ่งพิจารณาจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตร ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ เงินเฟ้อ และสถานะเก็งกำไร พบว่าในเดือนมกราคม ราคาทองคำซื้อขายสูงกว่ามูลค่ายุติธรรมอย่างมาก แต่ส่วนต่างดังกล่าวได้หายไปเกือบหมดแล้วในปัจจุบัน เขาจึงมองว่าราคาทองคำไม่ได้อยู่ไกลจากระดับที่เหมาะสมมากนัก
ดอลลาร์สหรัฐและเงินเฟ้อยังเป็นตัวแปรหลักของทองคำ
ชาห์มองว่า ทิศทางระยะยาวของดอลลาร์สหรัฐยังเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดสำหรับตลาดทองคำ แม้ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นจากความคาดหวังว่าเฟดจะคงท่าทีเข้มงวด แต่เขาเชื่อว่าการแข็งค่าดังกล่าวอาจเป็นเพียงระยะสั้น เนื่องจากปัญหาขาดดุลงบประมาณและดุลบัญชีเดินสะพัดของสหรัฐยังเป็นแรงกดดันเชิงโครงสร้างต่อค่าเงินดอลลาร์
หากเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอ่อนตัวลง และดอลลาร์สหรัฐเริ่มอ่อนค่า ราคาทองคำมีโอกาสกลับมาปรับตัวขึ้นอีกครั้ง WisdomTree ยังคงมุมมองเชิงบวกต่อทองคำในระยะยาว โดยคาดว่าราคาทองคำอาจสูงขึ้น 25% ภายในไตรมาสแรกปี 2027 และมีโอกาสแตะระดับมากกว่า 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์
นอกจากนี้ ความต้องการซื้อทองคำจากธนาคารกลางยังเป็นแรงหนุนสำคัญ โดยผลสำรวจของ World Gold Council ระบุว่า ผู้จัดการทุนสำรองจำนวนมากมีแผนเพิ่มการถือครองทองคำในปีหน้า ชาห์กล่าวว่า นักลงทุนระยะยาวควรแยกให้ออกระหว่างแรงขายเชิงกลยุทธ์ระยะสั้นกับบทบาทของทองคำในฐานะสินทรัพย์หลักเพื่อกระจายความเสี่ยงในพอร์ตลงทุน













