ราคาทองคำยืนใกล้ระดับสูงสุด หลังข้อมูลภาคการผลิตสหรัฐอ่อนแรงกว่าคาด
ตลาดทองคำเริ่มต้นสัปดาห์การซื้อขายใหม่ด้วยแรงซื้อที่แข็งแกร่ง โดยราคาทองคำเปิดกระโดดขึ้นและยังคงเคลื่อนไหวใกล้ระดับสูงสุดของวัน หลังธนาคารกลางสหรัฐสาขานิวยอร์กรายงานว่า กิจกรรมภาคการผลิตในภูมิภาคนิวยอร์กชะลอตัวลง ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สะท้อนแรงกดดันเงินเฟ้อที่ยังไม่คลี่คลายอย่างชัดเจน
ดัชนี Empire State ต่ำกว่าคาด กดดันมุมมองเศรษฐกิจ
เฟดนิวยอร์กรายงานผลสำรวจ Empire State Manufacturing Survey ประจำเดือนมิถุนายนที่ระดับ 5.7 ลดลงอย่างมากจากเดือนพฤษภาคม ซึ่งอยู่ที่ 19.6 และเป็นระดับสูงสุดในรอบ 4 ปี ตัวเลขล่าสุดยังต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดไว้ที่ 13.2 อย่างมีนัยสำคัญ บ่งชี้ว่าภาคการผลิตในรัฐนิวยอร์กยังขยายตัว แต่เป็นการขยายตัวในอัตราที่ช้าลงมากเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า
ริชาร์ด ดีทซ์ ที่ปรึกษาด้านการวิจัยเศรษฐกิจของธนาคารกลางสาขานิวยอร์ก ระบุว่า หลังจากภาคการผลิตเติบโตแข็งแกร่งในเดือนพฤษภาคม กิจกรรมการผลิตในรัฐนิวยอร์กเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยในเดือนมิถุนายน การจ้างงานขยายตัวเป็นเดือนที่ห้าติดต่อกัน แต่ราคาสินค้าและต้นทุนยังอยู่ในระดับสูง ขณะเดียวกันปัญหาความพร้อมของอุปทานกลับแย่ลง
ทองคำได้แรงหนุนจากความเสี่ยงเงินเฟ้อและเศรษฐกิจชะลอ
แม้ข้อมูลเศรษฐกิจที่น่าผิดหวังยังไม่ได้ทำให้ราคาทองคำผันผวนรุนแรงในทันที แต่นักลงทุนยังจับตาทั้งภาวะเงินเฟ้อและความเสี่ยงเศรษฐกิจชะลอตัว นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่า หากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐอ่อนแอลงพร้อมกับแรงกดดันด้านราคาที่ยังเหนียวแน่น ทองคำอาจได้รับแรงสนับสนุนในฐานะสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจชะงักงันควบคู่เงินเฟ้อ หรือ stagflation
ปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ยังอยู่ในสายตานักลงทุน
อย่างไรก็ตาม ตลาดยังให้ความสำคัญกับข่าวที่สหรัฐฯ และอิหร่านบรรลุข้อตกลงสันติภาพ ซึ่งช่วยลดความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์บางส่วน แต่แรงซื้อทองคำยังคงมีอยู่จากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโดยรวม ล่าสุดราคาทองคำสปอตซื้อขายที่ 4,344.30 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพิ่มขึ้นเกือบ 3% ในวันเดียวกัน สะท้อนว่าตลาดยังมองทองคำเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยท่ามกลางสัญญาณเศรษฐกิจที่ไม่ชัดเจน













