ราคาทองคำปิดลบ ขณะตลาดจับตาน้ำมัน บอนด์ยีลด์ และความเสี่ยงตะวันออกกลาง
ราคาทองคำตลาดสปอตและราคาเงินปรับตัวลดลงหลังปิดตลาดวันจันทร์ โดยทองคำเคลื่อนไหวใกล้ระดับ 4,482.30 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ลดลง 1.26% ขณะที่เงินสปอตอยู่บริเวณ 74.795 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ลดลง 0.64% แรงกดดันหลักมาจากราคาน้ำมันดิบที่พุ่งขึ้น อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ขยับแข็งแกร่ง และเงินดอลลาร์ที่ทรงตัวในแดนบวก แม้ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ยังช่วยหนุนความต้องการถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยบางส่วน
ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ กดดันตลาดทองคำ
ดัชนีภาคการผลิต ISM เดือนพฤษภาคมเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 54.0 จาก 52.7 ในเดือนเมษายน นับเป็นการขยายตัวต่อเนื่องเดือนที่ห้า และเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2022 คำสั่งซื้อใหม่เพิ่มขึ้นเป็น 56.8 ส่วนดัชนีการจ้างงานยังอยู่ในภาวะหดตัวที่ 48.6 ด้านการใช้จ่ายภาคก่อสร้างเดือนเมษายนเพิ่มขึ้น 0.4% สู่ระดับ 2.172 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปี หลังปรับฤดูกาลแล้ว สัญญาณเศรษฐกิจที่ยังแข็งแรงทำให้นักลงทุนลดความคาดหวังต่อการผ่อนคลายนโยบายการเงิน และเพิ่มแรงกดดันต่อราคาทองคำ
น้ำมันดิบพุ่ง หลังเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่านไร้ข้อสรุป
ราคาน้ำมันปรับขึ้นแรง หลังสุดสัปดาห์ผ่านไปโดยยังไม่มีข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านเกี่ยวกับการเปิดช่องแคบ ขณะที่ทั้งสองฝ่ายยังมีการตอบโต้กัน รายงานระบุว่าอิหร่านชะลอการเจรจาหลังอิสราเอลโจมตีในเลบานอน ก่อนที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะกล่าวว่าการหารือยังดำเนินต่อไป ผลกระทบต่อตลาดทองคำในระยะสั้นเป็นลบ เพราะน้ำมันที่สูงขึ้นดันต้นทุน เงินเฟ้อ บอนด์ยีลด์ และดอลลาร์ แต่ความตึงเครียดยังจำกัดแรงขายทองคำได้บางส่วน
แนวโน้มทางเทคนิคของทองคำและเงิน
ฝั่งกระทิงของทองคำต้องดันราคากลับเหนือแนวต้าน 4,500-4,514 ดอลลาร์ เพื่อเปิดทางไปยัง 4,546.90 และ 4,550 ดอลลาร์ ส่วนฝั่งหมีต้องกดราคาหลุด 4,446.90 ดอลลาร์ โดยมีเป้าหมายถัดไปที่ 4,420 และ 4,400 ดอลลาร์ สำหรับราคาเงิน แนวต้านสำคัญอยู่ที่ 74.97-76.00 ดอลลาร์ หากผ่านได้อาจขึ้นสู่ 76.42 และ 78.00 ดอลลาร์ ส่วนแนวรับอยู่ที่ 73.25 และ 72.00 ดอลลาร์ นักลงทุนควรติดตามราคาน้ำมัน ดอลลาร์สหรัฐ และยีลด์พันธบัตรอย่างใกล้ชิด เพราะยังเป็นตัวแปรสำคัญต่อทิศทางราคาทองคำระยะสั้น














