ราคาทองคำและเงินอ่อนตัว ท่ามกลางการซื้อขายเบาบางช่วงวันหยุดสหรัฐ
ราคาทองคำสปอตและราคาโลหะเงินปรับลดลงในการซื้อขายที่เบาบางเมื่อวันศุกร์ เนื่องจากตลาดหุ้นและตลาดพันธบัตรสหรัฐปิดทำการในวัน Juneteenth ขณะที่กระแสเงินทุนยังคงได้รับแรงกดดันจากท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟด หลังการประชุมล่าสุด โดยราคาทองคำสปอตเคลื่อนไหวใกล้ 4,154.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ลดลง 1.28% ส่วนราคาเงินสปอตอยู่ที่ 64.71 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ลดลง 1.33%
เฟดคงดอกเบี้ยแต่ส่งสัญญาณแข็งกร้าว กดดันตลาดทองคำ
เฟดมีมติคงกรอบอัตราดอกเบี้ยที่ 3.50% ถึง 3.75% แต่ตลาดตีความว่าแนวโน้ม政策การเงินเริ่มเอนเอียงไปทางเข้มงวดมากขึ้น นักลงทุนจึงเปลี่ยนมุมมองจากการคาดหวังการลดดอกเบี้ย ไปสู่การประเมินความเป็นไปได้ที่เฟดอาจขึ้นดอกเบี้ยในปี 2026 โดยมีการประเมินโอกาสขึ้นดอกเบี้ยเดือนกรกฎาคมที่ 38.5% และเดือนกันยายนที่ 51.7% ปัจจัยนี้เพิ่มต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองทองคำ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนดอกเบี้ย
นักวิเคราะห์มองว่าการปรับตัวลงของราคาทองคำครั้งนี้เป็นการลดความเสี่ยงมากกว่าการเทขายตื่นตระหนก แม้ราคาจะปรับลงมากกว่า 200 ดอลลาร์ในเวลาไม่กี่วัน Laurence Booth จาก CMC Markets ระบุว่า สัญญาณสำคัญอยู่ที่อุปสงค์ทองคำจริง โดยพรีเมียมในจีนและตลาดหลักอื่นๆ อ่อนตัวลง ทำให้ทองคำขาดแรงหนุนเฉพาะตัว หากภาพเศรษฐกิจมหภาคไม่กลับไปสนับสนุนดอกเบี้ยขาลงหรือความตึงเครียดรอบใหม่
ราคาน้ำมันลดความต้องการทองคำในฐานะสินทรัพย์ป้องกันเงินเฟ้อ
ความเสี่ยงในช่องแคบฮอร์มุซยังเป็นประเด็นภูมิรัฐศาสตร์สำคัญ แต่ผลกระทบต่อตลาดเริ่มลดลง หลังการเดินเรือเชิงพาณิชย์บางส่วนกลับมาอีกครั้งจากบันทึกความเข้าใจระหว่างสหรัฐและอิหร่าน ส่งผลให้ราคาน้ำมัน Brent ถอยมาใกล้ 79.50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ WTI อยู่ราว 75.85 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม เส้นทางขนส่งยังไม่กลับสู่ภาวะปกติเต็มที่ จึงยังคงมีพรีเมียมความเสี่ยงอยู่บางส่วน
แนวรับแนวต้านราคาทองคำที่นักลงทุนต้องติดตาม
ในเชิงเทคนิค ฝั่งกระทิงของราคาทองคำต้องผลักดันราคาให้กลับขึ้นเหนือแนวต้าน 4,180 ถึง 4,200 ดอลลาร์ เพื่อเปิดทางไปยังโซน 4,370 ถึง 4,390 ดอลลาร์ ขณะที่ฝั่งหมีจับตาการหลุดระดับต่ำสุดระหว่างวันที่ 4,121 ดอลลาร์ ซึ่งอาจนำไปสู่แนวรับถัดไปที่ 4,040 และ 4,020 ดอลลาร์ สำหรับราคาเงิน แนวต้านสำคัญอยู่ที่ 65.00 ถึง 66.00 ดอลลาร์ ส่วนแนวรับอยู่ที่ 63.18 และ 62.00 ดอลลาร์ นักลงทุนยังรอดูดัชนี PMI สหรัฐ เงินเฟ้อ PCE ตัวเลข GDP และข้อมูลรายได้-การใช้จ่าย เพื่อประเมินทิศทางดอกเบี้ยและราคาทองคำในระยะถัดไป















