ราคาทองคำถูกกดดันจากแนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้นทั่วโลก
ตลาดทองคำยังเผชิญแรงกดดันต่อเนื่อง หลังนักลงทุนยังไม่เห็นแรงซื้อที่ชัดเจน ท่ามกลางทิศทางนโยบายการเงินโลกที่เริ่มกลับมาเข้มงวดมากขึ้น โดยธนาคารกลางหลายแห่งส่งสัญญาณพร้อมคงดอกเบี้ยในระดับสูงหรือปรับขึ้นเพิ่มเติม เพื่อควบคุมเงินเฟ้อที่ยังมีความเสี่ยงจากราคาพลังงานและต้นทุนค่าจ้าง
ECB เฟด และ BoE หนุนกระแสดอกเบี้ยสูง กระทบราคาทองคำ
วัฏจักรการคุมเข้มนโยบายรอบใหม่เริ่มเด่นชัดขึ้น หลังธนาคารกลางยุโรป หรือ ECB ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 25 จุดพื้นฐานเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อตอบสนองต่อแรงกดดันเงินเฟ้อ ขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด ระบุในประมาณการเศรษฐกิจล่าสุดว่ายังสนับสนุนการขึ้นดอกเบี้ยอย่างน้อยอีกหนึ่งครั้งก่อนสิ้นปี ส่วนธนาคารกลางอังกฤษ หรือ BoE ก็มีท่าทีแข็งกร้าวมากขึ้นเช่นกัน
ในการประชุมล่าสุด BoE มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 3.75% แต่มีกรรมการ 2 รายลงมติให้ขึ้นดอกเบี้ย 25 จุดพื้นฐาน ซึ่งมากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่าจะมีเพียง 1 เสียงสนับสนุนการขึ้นดอกเบี้ย สะท้อนว่าแรงกดดันเงินเฟ้อยังเป็นประเด็นสำคัญ แม้เศรษฐกิจอังกฤษเริ่มส่งสัญญาณชะลอตัว
ทองคำยังขาดแรงหนุน แม้เศรษฐกิจอ่อนแอ
BoE ระบุว่า นโยบายการเงินไม่สามารถควบคุมราคาพลังงานได้โดยตรง แต่จำเป็นต้องกำหนดทิศทางให้เศรษฐกิจปรับตัวอย่างเหมาะสม เพื่อให้เงินเฟ้อกลับสู่เป้าหมาย 2% อย่างยั่งยืน อย่างไรก็ตาม หากราคาพลังงานสูงเป็นเวลานาน ความเสี่ยงที่เงินเฟ้อจะลุกลามไปสู่ค่าจ้างและราคาสินค้าอาจเพิ่มขึ้น ขณะที่ตลาดแรงงานเริ่มผ่อนคลายและสัญญาณเศรษฐกิจอ่อนแรงอาจช่วยจำกัดแรงกดดันเงินเฟ้อได้บางส่วน
ราคาทองคำแทบไม่ตอบสนองเชิงบวกต่อมติของ BoE เนื่องจากตลาดยังให้ความสำคัญกับความเป็นไปได้ที่อัตราดอกเบี้ยทั่วโลกจะอยู่ในระดับสูงต่อไป โดยทองคำสปอตเมื่อเทียบกับเงินปอนด์ซื้อขายล่าสุดที่ 3,211.84 ปอนด์ต่อออนซ์ ลดลง 0.37% ขณะที่ทองคำสปอตในตลาดโลกอยู่ที่ 4,247.60 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ลดลง 0.20% นักลงทุนจึงยังจับตาท่าทีธนาคารกลางหลักอย่างใกล้ชิด เพราะดอกเบี้ยที่สูงขึ้นมักลดความน่าสนใจของทองคำซึ่งไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย













