ความผันผวนในตลาดโลหะมีค่าเริ่มสงบลงชั่วคราว โดยราคาทองคำและแร่เงินสามารถทรงตัวอยู่เหนือระดับ 5,000 ดอลลาร์และ 80 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนไม่ควรนิ่งนอนใจ เนื่องจากสถาบันการเงินชั้นนำอย่าง Sucden Financial ได้ออกบทวิเคราะห์เตือนให้เตรียมรับมือกับความผันผวนของราคาที่อาจเกิดขึ้นอีกในช่วงเดือนข้างหน้า ในขณะที่ตลาดยังคงพยายามปรับฐานเพื่อหาทิศทางที่ชัดเจน
วิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำไตรมาสแรกจาก Sucden Financial
ในรายงานแนวโน้มรายไตรมาสล่าสุด นักวิเคราะห์สินค้าโภคภัณฑ์จาก Sucden Financial ประเมินว่า ราคาทองคำ จะยังคงเคลื่อนไหวเกาะกลุ่มอยู่ที่ระดับประมาณ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ไปจนตลอดไตรมาสแรก สถานการณ์ปัจจุบันชี้ให้เห็นว่าตลาดกำลังรักษาสมดุลระหว่างบทบาทของการเป็นสินทรัพย์เก็งกำไรตามโมเมนตัมและการเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe-haven) ท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงอยู่ และความไม่แน่นอนเกี่ยวกับนโยบายการเงินของสหรัฐฯ
ทองคำในฐานะเครื่องมือสะท้อนความไม่ไว้วางใจทางเศรษฐกิจ
ปัจจัยพื้นฐานที่เปลี่ยนไปได้ยกระดับความน่าสนใจเชิงกลยุทธ์ของทองคำ โดยปัจจุบันทองคำทำหน้าที่เป็นตัวสะท้อนความไม่ไว้วางใจในเศรษฐกิจมหภาค (Macro Distrust) มากกว่าบทบาทดั้งเดิมที่เป็นเพียงเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ กระแสการลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์ (De-dollarization) อย่างค่อยเป็นค่อยไปช่วยสร้างฐานความเชื่อมั่นให้กับราคา แม้ว่า ราคาทองคำ อาจเผชิญแรงกดดันขาลงบ้างจากการขายทำกำไรของนักเก็งกำไร แต่นักวิเคราะห์เชื่อว่าความต้องการลงทุนจากสถาบันที่แข็งแกร่งจะช่วยจำกัดการปรับฐานไม่ให้รุนแรง การย่อตัวของราคาในช่วงนี้จึงเป็นเพียงการปรับสถานะการลงทุน (Reset Positioning) เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเคลื่อนไหวในระยะต่อไป
ความผันผวนของแร่เงินและความเสี่ยงเศรษฐกิจถดถอย
ในฟากของตลาดแร่เงิน Sucden คาดว่าจะมีความไม่มั่นคงมากกว่าทองคำ โดยประเมินกรอบการซื้อขายไว้กว้างระหว่างแนวรับ 70 ดอลลาร์และแนวต้าน 100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ราคาแร่เงินมีความอ่อนไหวสูงต่อกระแสเงินทุนเข้าออก (Flows) และมักจะมีการเคลื่อนไหวที่รุนแรงกว่าทองคำ
สำหรับปัจจัยมหภาคที่อาจจุดชนวนการพุ่งขึ้นครั้งใหม่ของโลหะมีค่า นักวิเคราะห์ชี้ไปที่ความเสี่ยงของการเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยในสหรัฐฯ แม้ตัวเลขการจ้างงานเดือนมกราคมจะเพิ่มขึ้น 130,000 ตำแหน่งซึ่งดีกว่าคาด แต่สัญญาณการชะลอตัวเริ่มปรากฏชัดเจนขึ้น จุดที่ตลาดให้ความสนใจเป็นพิเศษคือ “กฎของ Sahm” (Sahm Rule) ซึ่งหากอัตราการว่างงานเฉลี่ย 3 เดือนพุ่งสูงขึ้นเกิน 0.5% จากจุดต่ำสุดในรอบ 12 เดือน (ปัจจุบันอยู่ที่ 0.35%) อาจเป็นสัญญาณเตือนภัยเศรษฐกิจถดถอยที่ชัดเจน ส่งผลให้เกิดความผันผวนและกระตุ้นแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำเพิ่มขึ้น
















