ราคาทองคำพุ่งทะลุ $5,100 รับความเสี่ยงเศรษฐกิจสหรัฐฯ ชะลอตัวและวิกฤตเงินเฟ้อ
ตลาดทองคำกลับมาเผชิญกับสภาวะการซื้อขายที่ผันผวนและสู้รบกันในระยะสั้นอีกครั้ง โดยราคาทองคำยังคงสามารถรักษาระดับแนวรับสำคัญไว้ได้เหนือระดับ 5,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับภาวะ Stagflation หรือภาวะเศรษฐกิจชะงักงันที่มาพร้อมกับปัญหาเงินเฟ้อสูง หลังจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในช่วงไตรมาสที่ 4 แสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่ชะลอตัวลงอย่างชัดเจน ควบคู่ไปกับอัตราเงินเฟ้อที่ยังคงดื้อรั้นและไม่ยอมปรับลดลงตามเป้าหมาย
ตัวเลข GDP สหรัฐฯ ร่วงแรง หนุนแนวโน้มราคาทองคำ
สำนักงานวิเคราะห์เศรษฐกิจของสหรัฐฯ (BEA) ได้ออกแถลงการณ์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า ตัวเลขประมาณการเบื้องต้นของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ในไตรมาสที่ 4 มีการขยายตัวเพียงแค่ 0.7% เท่านั้น ซึ่งเป็นระดับที่ลดลงอย่างรวดเร็วและรุนแรงจากตัวเลขประเมินเบื้องต้นที่ระดับ 1.4% ข้อมูลทางเศรษฐกิจชุดนี้ถือว่ามีความอ่อนแอกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้อย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้แนวโน้มราคาทองได้รับอานิสงส์เชิงบวก ในขณะเดียวกัน ดัชนีราคาสำหรับ GDP ไตรมาสที่ 4 ก็ปรับตัวสูงขึ้นถึง 3.8% ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงแรงกดดันจากสภาวะเงินเฟ้อที่ยังคงพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เงินเฟ้อ PCE สหรัฐฯ ทรงตัว ท่ามกลางวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์
ในส่วนของดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ประจำเดือนมกราคม ซึ่งไม่นับรวมราคาอาหารและพลังงานที่มีความผันผวน และถือเป็นมาตรวัดอัตราเงินเฟ้อที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด (Fed) ให้ความสำคัญเป็นพิเศษนั้น ดัชนี PCE พื้นฐาน (Core PCE) มีการปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.4% เมื่อเทียบเป็นรายเดือน และเพิ่มขึ้น 2.9% เมื่อเทียบเป็นรายปี แม้ว่าตัวเลขเงินเฟ้อในช่วงต้นปีจะออกมาเย็นลงกว่าที่คาดการณ์ไว้เล็กน้อย แต่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่มองว่าข้อมูลเหล่านี้เป็นเพียงตัวเลขในอดีต เพราะวิกฤตความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และสงครามร่วมระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านกำลังสร้างความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อการลงทุนทองคำ
ภาวะ Stagflation คือแรงหนุนการลงทุนทองคำระยะยาว
สถานการณ์ความวุ่นวายในภูมิภาคตะวันออกกลางกำลังสร้างปัญหาคอขวดในระบบห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ทั่วโลก และเป็นปัจจัยหลักที่ช่วยดันราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกให้พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะยิ่งผลักดันให้อัตราเงินเฟ้อโดยรวมปรับตัวสูงขึ้นตลอดทั้งปีนี้ จากรายงานข่าวทองคำล่าสุด ชี้ให้เห็นว่าทองคำอาจอยู่ในจุดที่ยากลำบากในระยะสั้น เนื่องจากเงินเฟ้อที่สูงอาจบีบให้เฟดต้องคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับสูงนานกว่าที่ประเมินไว้
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์การตลาดหลายรายได้ให้ความเห็นสอดคล้องกันว่า ภาวะแวดล้อมแบบ Stagflation ถือเป็นพายุที่สมบูรณ์แบบ (Perfect Storm) ซึ่งเป็นผลดีต่อราคาทองคำอย่างมาก พวกเขายังคาดการณ์ด้วยว่า แม้เฟดจะต้องรับมือกับเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น แต่ในท้ายที่สุดแล้ว ธนาคารกลางสหรัฐฯ จะถูกกดดันให้ต้องปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อสนับสนุนตลาดแรงงานและกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐฯ ไม่ให้ถดถอย สภาวะเช่นนี้จะกดดันให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่แท้จริง (Real Yields) ปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง และช่วยยกระดับความน่าสนใจในการถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปของดอกเบี้ย ล่าสุด ราคาทองวันนี้ ในตลาดสปอต (Spot Gold) ซื้อขายที่ระดับ 5,120.16 ดอลลาร์ ปรับตัวพุ่งขึ้นเกือบ 1% ภายในวันเดียว
















