สถานการณ์ราคาทองคำและการเคลื่อนไหวตลาดล่าสุด
ราคาทองคำและโลหะเงินมีการปรับตัวลดลงเล็กน้อยในช่วงต้นของการซื้อขายในตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา โดยตลาดโลหะมีค่ากำลังอยู่ในภาวะชะลอตัวเพื่อรอการประกาศตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐฯ ในวันพุธ รวมถึงข้อมูลเงินเฟ้อสำคัญที่จะเปิดเผยในช่วงปลายสัปดาห์ แม้ว่าจะยังมีแรงซื้อในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe-haven) จากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลกที่ยังคงมีความเคลื่อนไหวแต่ยังไม่ถึงขั้นวิกฤต แต่แรงเทขายทำกำไรก็ส่งผลให้สัญญาทองคำส่งมอบเดือนเมษายนปรับลดลง 10.00 ดอลลาร์ มาอยู่ที่ระดับ 5,069.00 ดอลลาร์ ในขณะที่ราคาโลหะเงินส่งมอบเดือนมีนาคมลดลง 0.514 ดอลลาร์ มาอยู่ที่ 81.75 ดอลลาร์
ปัจจัยเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ที่กระทบราคาทองคำ
ประเด็นที่น่าจับตามองคือคำกล่าวของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ระบุว่า เควิน วอร์ช (Kevin Warsh) ซึ่งเป็นตัวเก็งประธานเฟดคนใหม่ จะสามารถผลักดันให้ GDP ของสหรัฐฯ เติบโตได้ถึง 15% ซึ่งเป็นเป้าหมายที่ท้าทายอย่างมาก นอกจากนี้ ทางด้านสาธารณรัฐประชาชนจีนได้ส่งสัญญาณลดการพึ่งพาดอลลาร์สหรัฐฯ โดยหน่วยงานกำกับดูแลได้กระตุ้นให้สถาบันการเงินลดการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อลดความเสี่ยง ส่งผลให้ค่าเงินหยวนแข็งค่าขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 34 เดือน
ในฝั่งของความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครน รายงานจากหน่วยข่าวกรองต่างประเทศของเอสโตเนียระบุว่า รัสเซียกำลังใช้การเจรจาสันติภาพเป็นเพียงเครื่องมือในการ “ซื้อเวลา” โดยไม่มีเจตนาที่จะยุติการรุกรานอย่างแท้จริง ซึ่งสถานการณ์ความไม่แน่นอนเหล่านี้ยังคงเป็นปัจจัยพื้นฐานที่หนุนราคาทองคำในระยะยาว
วิเคราะห์แนวโน้มทางเทคนิค
สำหรับการวิเคราะห์ทางเทคนิคของราคาทองคำ สัญญาล่วงหน้าเดือนเมษายนมีเป้าหมายขาขึ้นสำคัญคือการปิดราคาเหนือแนวต้านที่แข็งแกร่งบริเวณ 5,250.00 ดอลลาร์ ในทางกลับกัน ฝ่ายขาลงมีเป้าหมายที่จะกดราคาให้ต่ำกว่าแนวรับสำคัญที่จุดต่ำสุดของเดือนกุมภาพันธ์ที่ 4,423.20 ดอลลาร์ โดยในระยะสั้นมีแนวต้านแรกอยู่ที่จุดสูงสุดของสัปดาห์ก่อนที่ 5,113.90 ดอลลาร์ และมีแนวรับแรกอยู่ที่ 4,988.60 ดอลลาร์ นักลงทุนควรติดตามกรอบราคานี้อย่างใกล้ชิดเพื่อประเมินทิศทางตลาดต่อไป
















