ING ชี้ราคาทองคำร่วงหนักแค่การ “รีเซ็ต” ตลาด ย้ำเทรนด์ขาขึ้นยังไม่จบ

Gold Price, Precious Metals

มุมมอง ING: ราคาทองคำร่วงหนักคือการ “รีเซ็ต” เพื่อไปต่อ ไม่ใช่จุดจบทิศทางขาขึ้น

แม้ว่าตลาดโลหะมีค่าจะเผชิญกับการปรับฐานที่รุนแรงที่สุดในรอบกว่าทศวรรษ แต่ Ewa Manthey นักกลยุทธ์ด้านสินค้าโภคภัณฑ์จาก ING ระบุว่า การเทขายทองคำและเงินอย่างหนักในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นเพียงการ “รีเซ็ต” (Reset) สถานะการลงทุน มากกว่าจะเป็นการกลับตัวของแนวโน้มหลัก (Reversal) โดยล่าสุดราคาทองคำและเงินเริ่มฟื้นตัวกลับมาจากจุดต่ำสุดได้แล้ว ท่ามกลางการอ่อนค่าของดอลลาร์และเสถียรภาพของตลาดที่เริ่มกลับคืนมา

สาเหตุเบื้องหลังการเทขายครั้งประวัติศาสตร์

Manthey อธิบายว่าการร่วงลงของราคาทองคำในวันศุกร์ถือเป็นสถิติการลดลงในวันเดียวที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2013 ในขณะที่แร่เงินก็ทำสถิติร่วงหนักเช่นกัน ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นมาจากการที่อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเสนอชื่อ Kevin Warsh เป็นประธานเฟดคนต่อไป ซึ่งตลาดมองว่าเป็นสายเหยี่ยว (Hawkish) ส่งผลให้ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว และกระตุ้นให้นักลงทุนเทขายทำกำไรเพื่อลดความเสี่ยง นอกจากนี้ การที่ตลาดมีการถือครองสถานะซื้อ (Long positions) มากเกินไปในช่วงที่ราคาทองคำพุ่งสูง ทำให้เมื่อความผันผวนเพิ่มขึ้น โบรกเกอร์จึงเริ่มเรียกหลักประกันเพิ่ม (Margin calls) บีบให้เกิดการล้างพอร์ตหรือ Forced liquidation ซึ่งเหตุการณ์นี้ขับเคลื่อนด้วยปัจจัยทางเทคนิคและการวางสถานะของนักลงทุน มากกว่าจะเป็นการแย่ลงของปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจมหภาค

แนวโน้มราคาทองคำและเงินในระยะกลาง

สำหรับแนวโน้มในอนาคต ING มองว่าแม้ความผันผวนจะยังคงอยู่ในระดับสูง แต่พื้นฐานของ ราคาทองคำ ยังคงแข็งแกร่ง ความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยและการซื้อสะสมของธนาคารกลางทั่วโลกยังคงเป็นแรงหนุนสำคัญในระยะยาวที่ช่วยพยุงตลาด ส่วนแร่เงินที่ถูกเปรียบเปรยว่าเป็น “ทองคำที่โดปสเตียรอยด์” (Gold on steroids) นั้น แม้จะมีความผันผวนสูงกว่าทองคำ แต่ความต้องการในภาคอุตสาหกรรมยังคงช่วยหนุนราคาไว้ โดยสรุปแล้ว การปรับฐานครั้งนี้ช่วยลดความร้อนแรงของตลาด (Market froth) และจากนี้ไปราคามีแนวโน้มที่จะปรับตัวขึ้นอย่างมีเสถียรภาพมากขึ้น แทนที่จะพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงและรวดเร็วเหมือนช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา

Loading

Relate Post

XM Global Limited