ราคาทองคำพุ่งแรงทะลุ 4,935 ดอลลาร์ รับแรงซื้อเก็งกำไร
ในช่วงการซื้อขายช่วงเช้าของสหรัฐฯ ในวันอังคารที่ผ่านมา ราคาทองคำและโลหะเงินมีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างแข็งแกร่ง เนื่องจากฝ่ายกระทิง (Bulls) หรือนักลงทุนฝั่งซื้อ ได้กลับเข้ามาในตลาดอย่างดุดันเพื่อช้อนซื้อหลังจากที่ราคาได้ปรับตัวลดลงแรงก่อนหน้านี้ การปรับตัวขึ้นของโลหะมีค่าทั้งสองชนิดเกิดขึ้นท่ามกลางความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่เริ่มกลับมาในตลาดหุ้นทั่วโลก ซึ่งเป็นผลพวงมาจากการฟื้นตัวของราคาทองคำและเงินนั่นเอง โดยสัญญาทองคำส่งมอบเดือนเมษายนพุ่งขึ้น 287.50 ดอลลาร์ อยู่ที่ระดับ 4,935.50 ดอลลาร์ ส่วนสัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนมีนาคมเพิ่มขึ้น 9.584 ดอลลาร์ อยู่ที่ระดับ 86.625 ดอลลาร์
ตลาดหุ้นทั่วโลกขานรับและการเจรจาระหว่างประเทศ
ตลาดหุ้นในเอเชียและยุโรปต่างปิดบวก โดยได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของราคาทองคำ ดัชนีนิกเกอิ 225 ของญี่ปุ่นพุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดตลอดกาลครั้งใหม่ นำโดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและการเงิน ในขณะที่ตลาดยุโรป หุ้นกลุ่มเหมืองแร่ได้รับอานิสงส์โดยตรงจากการฟื้นตัวของราคาโลหะมีค่า นอกจากนี้ ยังมีประเด็นข่าวเศรษฐกิจสำคัญที่นักลงทุนต้องจับตามอง คือการประกาศตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ประจำเดือนมกราคมที่จะถูกเลื่อนออกไปเนื่องจากการปิดหน่วยงานรัฐบาลบางส่วน (Partial Government Shutdown) จนกว่าจะมีการอนุมัติงบประมาณคืนมา
ในด้านภูมิรัฐศาสตร์ มีรายงานว่าตุรกีเตรียมเป็นเจ้าภาพจัดการเจรจาระดับสูงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านในวันศุกร์นี้ เพื่อลดความตึงเครียดระหว่างสองประเทศ ซึ่งความไม่แน่นอนทางการเมืองระหว่างประเทศเหล่านี้มักเป็นปัจจัยหนุนให้ราคาทองคำมีความผันผวนและเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยที่น่าสนใจ
วิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำทางเทคนิค
ในทางเทคนิค กราฟรายวันของสัญญาทองคำล่วงหน้าเดือนเมษายนได้เกิดรูปแบบ “Key Reversal” ที่เป็นสัญญาณขาลงเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งบ่งชี้ว่าตลาดอาจผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว อย่างไรก็ตาม เป้าหมายถัดไปของฝ่ายซื้อคือการดันราคาให้ปิดเหนือแนวต้านสำคัญที่ระดับ 5,250.00 ดอลลาร์ ในขณะที่ฝ่ายขายมีเป้าหมายที่จะกดราคาให้ต่ำกว่าแนวรับทางเทคนิคที่ 4,423.20 ดอลลาร์ สำหรับระยะสั้น แนวต้านแรกอยู่ที่จุดสูงสุดของช่วงข้ามคืนที่ 4,975.50 ดอลลาร์ และถัดไปที่ 5,000.00 ดอลลาร์ ส่วนแนวรับแรกอยู่ที่ 4,750.00 ดอลลาร์ โดยมี Wyckoff’s Market Rating อยู่ที่ 6.5
















