สรุปภาวะตลาดทองคำ: ราคาทองคำผันผวนหนัก ดอลลาร์แข็งค่ากดดันขาขึ้น ท่ามกลางความกังวลเงินเฟ้อและสงคราม

Gold Price, Market Analysis

เจาะลึกทิศทางราคาทองคำและโลหะมีค่าท่ามกลางความผันผวนของตลาดโลก

ราคาทองคำในตลาดโลกวันนี้มีการเคลื่อนไหวที่น่าจับตามอง โดยราคายังคงปิดบวกแต่ได้ปรับตัวลดลงจากระดับสูงสุดเมื่อคืนนี้ประมาณ 100 ดอลลาร์สหรัฐฯ ในขณะที่ราคาโลหะเงิน (Silver) กลับสูญเสียกำไรที่ทำไว้ก่อนหน้านี้และร่วงลงอย่างรุนแรง ปัจจัยหลักที่สร้างแรงกดดันต่อตลาดโลหะมีค่าในวันนี้คือการพุ่งขึ้นของดัชนีดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 5 สัปดาห์ ส่งผลให้นักลงทุนมีการเทขายทำกำไรในระยะสั้น รวมถึงมีการชะลอตัวของความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยหลังจากที่ความตื่นตระหนกในตลาดเริ่มผ่อนคลายลงในช่วงกลางวัน

แรงกดดันจากดอลลาร์และนโยบายอัตราดอกเบี้ย

ปัจจัยมหภาคที่มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อ ราคาทองคำ ในขณะนี้คือมุมมองของตลาดเงินที่มีต่ออัตราดอกเบี้ย นักลงทุนได้ลดน้ำหนักการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed), ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) และธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ สถานการณ์ตึงเครียดและสงครามในตะวันออกกลางได้ดันราคาน้ำมันดิบให้พุ่งสูงขึ้นและกระตุ้นความกังวลเรื่องเงินเฟ้อให้กลับมาอีกครั้ง รายงานระบุว่าโอกาสที่เฟดจะลดดอกเบี้ยลดลงเหลือเพียง 20% และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 2 ปี ซึ่งไวต่อนโยบายการเงิน ได้ปรับตัวสูงขึ้นสะท้อนถึงความกังวลดังกล่าว

มุมมองทางเทคนิค: แนวโน้มราคาทองคำและแร่เงิน

ในเชิงเทคนิคสำหรับสัญญาทองคำฟิวเจอร์สเดือนเมษายน ล่าสุดปิดบวกที่ 5,311.50 ดอลลาร์ ฝั่งขาขึ้น (Bulls) มีเป้าหมายสำคัญในการดันราคาให้ปิดเหนือแนวต้านแข็งแกร่งที่ระดับสูงสุดตลอดกาล 5,626.80 ดอลลาร์ ในขณะที่ฝั่งขาลง (Bears) พยายามกดราคาให้หลุดแนวรับสำคัญทางจิตวิทยาที่ 5,000.00 ดอลลาร์ โดยมีแนวต้านระยะสั้นแรกอยู่ที่ 5,434.10 ดอลลาร์ และแนวรับแรกอยู่ที่ 5,272.90 ดอลลาร์ สำหรับราคาแร่เงิน สัญญาเดือนมีนาคมปิดลบที่ 87.645 ดอลลาร์ โดยมีแนวต้านสำคัญที่ 100.00 ดอลลาร์ และแนวรับที่ 71.815 ดอลลาร์ นักลงทุนควรติดตามระดับราคาเหล่านี้อย่างใกล้ชิดเพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุน

Loading

Relate Post

XM Global Limited