บทบาทของทองคำในระเบียบโลกใหม่ปี 2026
กระแสการลดการพึ่งพาโลกาภิวัตน์ หรือ Deglobalization ที่ก่อตัวมาตลอดทศวรรษได้มาถึงจุดสูงสุดในปี 2025 ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอำนาจโลก จากรายงานพิเศษของ Sprott ระบุว่าในปี 2026 ทองคำจะมีบทบาทสำคัญยิ่งขึ้นในทุกมิติของระเบียบโลกใหม่ที่กำลังไร้ระเบียบ Paul Wong และ Jacob White ผู้เชี่ยวชาญจาก Sprott ชี้ว่าทองคำได้กลายเป็นสินทรัพย์สำรองที่เป็นกลางทางยุทธศาสตร์ ในขณะที่ประเทศต่างๆ เริ่มกระจายความเสี่ยงออกจากดอลลาร์สหรัฐฯ (De-dollarization) ทำให้ทองคำได้รับความนิยมในฐานะสินทรัพย์ที่ทั่วโลกยอมรับเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากระบบและปัญหาทางภูมิรัฐศาสตร์
แนวโน้ม Fiscal Dominance และการเสื่อมค่าของเงินตรา
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่น่าจับตามองคือภาวะ “Fiscal Dominance” หรือการที่นโยบายการคลังเข้าครอบงำนโยบายการเงิน รัฐบาลทั่วโลกต่างเพิ่มหนี้สาธารณะและขาดดุลงบประมาณ ส่งผลให้ธนาคารกลางต้องให้ความสำคัญกับความยั่งยืนของหนี้มากกว่าการควบคุมเงินเฟ้อ สถานการณ์นี้สนับสนุนให้เกิดแนวโน้ม “Debasement Trade” หรือการที่นักลงทุนย้ายเงินทุนออกจากสินทรัพย์ที่อ้างอิงกับสกุลเงิน fiat ไปสู่สินทรัพย์ที่มีมูลค่าในตัวเอง (Hard Assets) เช่น ราคาทองคำ ที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นตามความต้องการถือครองเพื่อรักษามูลค่า ท่ามกลางอำนาจซื้อของสกุลเงินต่างๆ ที่ลดลงอย่างรวดเร็ว
ธนาคารกลางตุนทองคำเพื่อรองรับระบบการเงินใหม่
Paul Wong เน้นย้ำว่าผู้ซื้อรายใหญ่ที่สุดในตลาดปัจจุบันคือธนาคารกลางของประเทศต่างๆ ซึ่งซื้อต่อเนื่องและไม่มีทีท่าว่าจะขายออกมา สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่าโลกกำลังต้องการสินทรัพย์สำรองที่เป็นกลางในการทำธุรกรรมระหว่างขั้วอำนาจต่างๆ แม้ว่าเราจะยังไม่ทราบรูปแบบที่ชัดเจนของระบบการเงินใหม่ หรือสิ่งที่อาจเรียกว่า “Bretton Woods III” แต่สิ่งที่ชัดเจนคือ ทองคำ จะเป็นส่วนประกอบสำคัญและมีบทบาทที่ใหญ่กว่าในปัจจุบันอย่างแน่นอน การยอมรับสภาพเงินเฟ้อที่สูงขึ้นและการแบ่งแยกห่วงโซ่อุปทานโลก จะเป็นแรงส่งให้ราคาทองคำยังคงเป็นขาขึ้นในระยะยาว














