วิเคราะห์ทิศทางราคาทองคำ: ตลาดกระทิงรอบนี้ยังไปได้อีกไกล
แม้ว่าราคาทองคำจะมีการปรับตัวย่อลงมาอยู่ที่ระดับ 5,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งต่ำกว่าจุดสูงสุดตลอดกาลในเดือนมกราคมที่ใกล้ระดับ 5,600 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทำให้นักลงทุนบางส่วนเริ่มตั้งคำถามถึงโมเมนตัมในระยะยาว แต่ Nicky Shiels หัวหน้าฝ่ายวิจัยและกลยุทธ์โลหะมีค่าจาก MKS PAMP ได้ออกมาให้ความเห็นที่น่าสนใจ โดยระบุว่าเมื่อเทียบกับมาตรฐานในอดีตแล้ว ตลาดกระทิงของทองคำในรอบปัจจุบันนี้ถือว่ายัง ‘อายุน้อย’ และยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก
เปรียบเทียบสถิติและเป้าหมายราคาทองคำที่ 6,750 ดอลลาร์
จากการวิเคราะห์ตลาดกระทิงของทองคำ 5 ครั้งในรอบ 50 ปีที่ผ่านมา Shiels ชี้ให้เห็นว่าวัฏจักรปัจจุบันมีอายุเพียง 39 เดือน โดยราคาทองคำปรับตัวขึ้นกว่า 200% และโลหะเงินปรับตัวขึ้นราว 350% ในขณะที่ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง 13% ซึ่งถือเป็นประสิทธิภาพระดับกลางของวัฏจักรเมื่อเทียบกับสถิติย้อนหลัง เธอเน้นย้ำว่าหากทองคำดำเนินรอยตามระยะเวลาและประสิทธิภาพเฉลี่ยของวัฏจักรในอดีต ก็มีโอกาสที่จะพุ่งขึ้นไปแตะระดับ 6,750 ดอลลาร์ภายในเดือนตุลาคมหรือช่วงการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ
ปัจจัยหนุนเชิงโครงสร้างและการซื้อของธนาคารกลาง
สิ่งที่ทำให้วัฏจักรนี้แตกต่างคือความเปราะบางทางการคลังทั่วโลกที่รุนแรงกว่าในอดีต หนี้สินที่พุ่งสูง และความแตกแยกทางการเมืองในสหรัฐฯ รวมถึงอิทธิพลทางเศรษฐกิจของจีนที่เพิ่มขึ้น ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ทองคำวิวัฒนาการจากการสัมพันธ์กับอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงแบบเดิม มาเป็น ‘เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงของระบบ’ (Hedge to the system) อย่างเต็มตัว
นอกจากนี้ ธนาคารกลางยังคงเป็นเสาหลักในการพยุงราคา โดยเฉพาะธนาคารกลางในตลาดเกิดใหม่ (EM) ที่ยังถือครองทองคำน้อยกว่ากลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว ซึ่งต้องซื้อเพิ่มอีกกว่า 22,000 ตันเพื่อให้สัดส่วนเท่าเทียมกัน ในขณะที่ความต้องการรายย่อยมีความหลากหลายมากขึ้น ทั้งจากการขายทองคำแท่งของ Costco และความนิยมในโทเคนที่มีทองคำหนุนหลัง อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความเสี่ยงที่อาจฉุดรั้งราคา เช่น การฟื้นตัวของค่าเงินดอลลาร์ หรือสถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ที่คลี่คลายลง ซึ่งอาจเป็นปัจจัยลบต่อทองคำได้ในอนาคต














