ทิศทางตลาดทองคำ: ธนาคารกลางทั่วโลกเดินหน้าซื้อทองคำสะสมเข้าทุนสำรอง
ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้นจากสถานการณ์ความขัดแย้ง ข้อมูลล่าสุดชี้ให้เห็นว่าธนาคารกลางหลายแห่งยังคงเป็นผู้ซื้อหลักในตลาดทองคำอย่างต่อเนื่อง สภาทองคำโลก (World Gold Council – WGC) รายงานว่าในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ธนาคารกลางทั่วโลกเข้าซื้อทองคำรวมกันถึง 19 ตัน
โปแลนด์และอุซเบกิสถานขึ้นแท่นผู้นำการซื้อทองคำ
ธนาคารกลางโปแลนด์ (NBP) เป็นผู้เล่นที่โดดเด่นที่สุดในตลาด โดยกว้านซื้อทองคำเพิ่มถึง 20 ตัน ส่งผลให้มีทุนสำรองทองคำรวม 570 ตัน หรือคิดเป็น 31% ของทุนสำรองทั้งหมด นอกจากนี้ ผู้ว่าการธนาคารกลางโปแลนด์ Adam Glapiński ยังตั้งเป้าที่จะเพิ่มทุนสำรองให้ถึง 700 ตัน ทั้งนี้ นักวิเคราะห์กำลังจับตาดูแผนการนำทองคำออกมาทำกำไรเพื่อสนับสนุนงบประมาณด้านกลาโหม ก่อนที่จะซื้อกลับคืนมาเมื่อเศรษฐกิจฟื้นตัว
ด้านธนาคารกลางอุซเบกิสถานได้เข้าซื้อทองคำเพิ่มอีก 8 ตัน ทำให้มีทุนสำรองอย่างเป็นทางการที่ 407 ตัน ขณะที่มาเลเซีย จีน และสาธารณรัฐเช็ก ยังคงทยอยซื้อทองคำสะสมเข้าคลังอย่างต่อเนื่องเช่นกัน
ตุรกีและรัสเซียเทขายทองคำท่ามกลางความผันผวน
ในทางกลับกัน ตุรกีและรัสเซียเป็นผู้ขายหลักในเดือนกุมภาพันธ์ โดยรัสเซียเทขายไป 6 ตัน ขณะที่ธนาคารกลางตุรกีขายออก 8 ตัน และในเดือนมีนาคม ตุรกีมีปริมาณทองคำลดลงถึง 58.4 ตัน ซึ่งส่วนใหญ่ถูกนำไปใช้เป็นหลักประกันในการทำข้อตกลงแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (Swap agreements) เพื่อรักษาเสถียรภาพทางการเงิน
แนวโน้มและผู้เล่นหน้าใหม่ในตลาดทองคำ
แม้ว่านักวิเคราะห์บางส่วนจะคาดการณ์ว่าความต้องการซื้อของธนาคารกลางอาจชะลอตัวลงจากปัญหาห่วงโซ่อุปทานและราคาพลังงาน แต่ WGC สังเกตเห็นการเข้ามาของผู้เล่นหน้าใหม่ที่ช่วยพยุงราคาทองคำและอุปสงค์ในตลาด เช่น ธนาคารกลางยูกันดาที่ตั้งเป้าซื้อทองคำจากผู้ผลิตในประเทศอย่างน้อย 100 กิโลกรัม เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจ ขณะที่เคนยากำลังเตรียมเปิดตัวโครงการในลักษณะเดียวกัน
Marissa Salim หัวหน้าฝ่ายวิจัยของ WGC สรุปว่า การกลับมาซื้อทองคำในเดือนกุมภาพันธ์ตอกย้ำถึงบทบาทสำคัญของทองคำในฐานะทุนสำรองระหว่างประเทศ และการก้าวเข้ามาของธนาคารกลางจากกลุ่มประเทศเกิดใหม่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแอฟริกาจะเป็นปัจจัยสนับสนุนความต้องการทองคำในระยะยาว














