Bank of America คาดการณ์ราคาทองคำอาจพุ่งแตะ 6,000 ดอลลาร์
ตลาดทองคำโลกกำลังจับตามองการเคลื่อนไหวครั้งสำคัญ เมื่อ Bank of America (BoA) สถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ได้ปรับเป้าหมาย ราคาทองคำ ระยะสั้นขึ้นสู่ระดับ 6,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งถือเป็นการคาดการณ์ที่ดุดันที่สุดในบรรดาสถาบันการเงินหลัก Michael Hartnett นักวิเคราะห์จาก BoA ระบุในบันทึกถึงลูกค้าว่า แม้อดีตจะไม่ใช่เครื่องยืนยันอนาคตเสมอไป แต่จากการศึกษาวัฏจักรตลาดกระทิง (Bull Market) 4 ครั้งล่าสุด พบว่าราคาทองคำมักปรับตัวขึ้นเฉลี่ยประมาณ 300% ภายในระยะเวลา 43 เดือน ซึ่งหากประวัติศาสตร์ซ้ำรอย ราคาทองคำมีโอกาสที่จะแตะระดับ 6,000 ดอลลาร์ได้ภายในฤดูใบไม้ผลินี้ ซึ่งสูงกว่าระดับสูงสุดตลอดกาลในปัจจุบันถึงกว่า 20%
ปัจจัยพื้นฐานหนุน: อุปทานลดลงและต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น
Michael Widmer หัวหน้าฝ่ายวิจัยโลหะมีค่าของ BoA มองว่าทองคำจะยังคงเป็นสินทรัพย์หลักในพอร์ตการลงทุนปีนี้ โดยทำหน้าที่เป็นทั้งเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงและแหล่งสร้างผลตอบแทน (Alpha Source) ท่ามกลางภาวะตลาดที่ตึงตัว ทั้งนี้ BoA ประเมินว่าแนวโน้มในอนาคตจะได้รับแรงหนุนจากอุปทานที่ลดลง โดยคาดว่าเหมืองทองคำรายใหญ่ 13 แห่งในอเมริกาเหนือจะผลิตทองคำได้ลดลง 2% ในขณะที่ต้นทุนการผลิตโดยรวม (All-in Sustaining Costs) จะเพิ่มขึ้น 3% สู่ระดับ 1,600 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อย่างไรก็ตาม แม้ต้นทุนจะสูงขึ้น แต่คาดว่ากำไรของบริษัทผู้ผลิต (EBITDA) จะยังคงเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งถึง 41% ในปี 2026
โอกาสของแร่เงินและการจัดสรรพอร์ตการลงทุน
นอกจากทองคำแล้ว Widmer ยังมองเห็นโอกาสใน “แร่เงิน” (Silver) สำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง โดยอัตราส่วนทองคำต่อเงิน (Gold:Silver Ratio) ในปัจจุบันชี้ว่าแร่เงินมีโอกาสสร้างผลตอบแทนชนะทองคำ โดยอาจมีเป้าหมายราคาสูงถึง 135 ดอลลาร์ หรือแม้กระทั่ง 309 ดอลลาร์หากเทียบกับสถิติในปี 2011 และ 1980 ในส่วนของกลยุทธ์การลงทุน BoA แนะนำว่านักลงทุนรายย่อยควรพิจารณาจัดสรรเงินลงทุนในทองคำสูงถึง 20-30% ของพอร์ต เพื่อการกระจายความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะเมื่อธนาคารกลางทั่วโลกยังคงเดินหน้าสะสมทองคำเข้าสู่ทุนสำรองอย่างต่อเนื่อง และนโยบายการเงินของสหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มผ่อนคลายจะเป็นเชื้อเพลิงสำคัญที่ช่วยดันราคาให้พุ่งสูงขึ้นต่อไป
















