วิกฤตความผันผวนของราคาทองคำ: ทุบสถิติสูงสุดก่อนดิ่งลงหนัก
ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาด ราคาทองคำ เคลื่อนไหวอย่างรุนแรงประหนึ่งหุ้นปั่น โดยราคาทองคำสปอต (Spot Gold) เริ่มต้นสัปดาห์ที่ระดับ 5,021 ดอลลาร์ ก่อนที่จะมีแรงซื้อเข้ามาอย่างมหาศาลจนพุ่งทะยานทำจุดสูงสุดใหม่ตลอดกาล (All-Time High) ที่ระดับ 5,600 ดอลลาร์ในช่วงกลางสัปดาห์ อย่างไรก็ตาม ความผันผวนไม่ได้จบลงที่ขาขึ้น เมื่อราคาทองคำเผชิญแรงเทขายอย่างหนักหน่วง ร่วงลงเร็วกว่าครั้งใดในความทรงจำ จนหลุดระดับแนวรับสำคัญที่ 5,000 ดอลลาร์ และทำจุดต่ำสุดของสัปดาห์ที่ 4,679 ดอลลาร์ ก่อนจะปิดตลาดโดยลดลงประมาณ 2%
ปัจจัยกดดันจากดอลลาร์แข็งค่าและการแต่งตั้งประธานเฟดคนใหม่
จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ ราคาทองคำ ร่วงลงอย่างรุนแรงเกิดจากการประกาศรายชื่อ Kevin Warsh เพื่อให้เป็นผู้สืบทอดตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ต่อจาก Jerome Powell ข่าวดังกล่าวส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าขึ้นทันที เนื่องจากตลาดมองว่า Warsh มีแนวโน้มดำเนินนโยบายการเงินแบบตึงตัว (Hawk) มากกว่าที่คาดการณ์ไว้ นอกจากนี้ ตัวเลขเศรษฐกิจ PPI ที่ออกมายังสนับสนุนการแข็งค่าของดอลลาร์ ทำให้นักลงทุนสถาบันและรายย่อยตัดสินใจเทขายทำกำไรในทองคำและโลหะเงิน ส่งผลให้ราคาดิ่งลงอย่างรุนแรงในช่วงปลายสัปดาห์ แม้ว่าทองคำจะพยายามฟื้นตัวกลับมาทดสอบระดับ 5,450 ดอลลาร์ แต่ก็ไม่สามารถยืนระยะได้
มุมมองนักวิเคราะห์และทิศทางราคาทองคำในสัปดาห์หน้า
จากการสำรวจ Kitco News Weekly Gold Survey ล่าสุด พบว่าความคิดเห็นของนักวิเคราะห์ใน Wall Street แตกแยกอย่างชัดเจน โดย 39% มองว่าราคาทองคำจะฟื้นตัวกลับไปที่ระดับ 5,000 ดอลลาร์ ในขณะที่อีก 39% คาดการณ์ว่าจะมีการปรับฐานลงต่อ ส่วนนักลงทุนรายย่อย (Main Street) ยังคงมีมุมมองที่เป็นบวก โดย 73% เชื่อว่าราคาทองคำจะปรับตัวสูงขึ้นในสัปดาห์หน้า ทั้งนี้ นักวิเคราะห์เตือนว่าความผันผวนของตลาดจะยังคงอยู่ในระดับสูง และแนะนำให้นักลงทุนจับตาดูตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls) และการตัดสินใจของธนาคารกลางต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทิศทางราคาในระยะสั้น
















