ราคาทองคำใกล้แตะจุดต่ำสุด นักลงทุนดังมองโอกาสสะสมรอบใหม่
เคลม แชมเบอร์ส นักลงทุนและนักวิเคราะห์ตลาดมากประสบการณ์ ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์การเงิน ADVFN ระบุว่า ราคาทองคำและโลหะเงินยังมีโอกาสอ่อนตัวลงอีกเล็กน้อยก่อนจะพบจุดต่ำสุด แต่จังหวะดังกล่าวใกล้เข้ามาแล้ว โดยเขาประเมินว่า ราคาทองคำอาจลงไปบริเวณ 3,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาเงินอาจทรงตัวในกรอบ 40-50 ดอลลาร์ หลังจากตลาดโลหะมีค่าปรับฐานแรงจากภาวะฟองสบู่
ก่อนหน้านี้ ราคาทองคำเคยพุ่งขึ้นทำสถิติใกล้ 5,600 ดอลลาร์ในเดือนมกราคม ก่อนร่วงลงมาแถว 4,000 ดอลลาร์ ส่วนโลหะเงินปรับลงมากกว่าครึ่งจากจุดสูงสุดเหนือ 120 ดอลลาร์ แชมเบอร์สกล่าวว่า ตลาดฟองสบู่มักทำให้นักลงทุนเชื่อว่าราคาจะขึ้นต่อไปจนกระทั่งฟองสบู่แตก และหลายคนยังคงเชื่อเช่นนั้นระหว่างทางที่ราคาปรับลง
ปัจจัยกดดันราคาทองคำและมุมมองระยะยาว
แชมเบอร์สมองว่า หนึ่งในเหตุผลที่ราคาทองคำอ่อนตัวลงคือความเสี่ยงด้านสงครามที่ลดลง โดยทองคำมักถูกมองเป็นสินทรัพย์และสกุลเงินในช่วงความขัดแย้ง เมื่อความตึงเครียดระหว่างจีนและไต้หวันคลี่คลายลง ความต้องการถือทองคำเพื่อป้องกันความเสี่ยงจึงลดลงบางส่วน
อย่างไรก็ตาม ภาพรวมยังมีปัจจัยอื่นร่วมด้วย เช่น ท่าทีเข้มงวดของธนาคารกลางสหรัฐภายใต้ประธานเควิน วอร์ช และอัตราผลตอบแทนที่แท้จริงของสหรัฐที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นแรงกดดันต่อทองคำที่ไม่ให้ดอกเบี้ย ข้อมูลจาก World Gold Council ยังสะท้อนว่ากองทุนทองคำในอเมริกาเหนือมีเงินไหลออก แต่กองทุนในเอเชียและธนาคารกลางยังซื้อทองต่อเนื่อง โดยธนาคารกลางจีนเพิ่มทองคำติดต่อกันเป็นเดือนที่ 20 ในเดือนมิถุนายน
กลยุทธ์ลงทุนทองคำและคำเตือนสำหรับผู้ถือเงินแท่ง
แม้ยังไม่คาดหวังการดีดกลับทันที แชมเบอร์สกล่าวว่าเขาเตรียมกลับเข้าสู่โหมดสะสมทองคำ เงิน แพลทินัม และพัลลาเดียมด้วยวิธีทยอยซื้อเฉลี่ยต้นทุนก่อนสิ้นปีนี้ โดยมองว่าราคาอาจเคลื่อนไหว sideways อีกระยะหนึ่ง หรืออาจนานเป็นปี ก่อนเกิดขาขึ้นรอบใหญ่จากภาวะเงินเฟ้อในทศวรรษหน้า ซึ่งอาจเกิดจากการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์และการย้ายฐานการผลิตกลับประเทศตะวันตก
สำหรับนักลงทุนรายย่อยที่ถือโลหะเงินจริง เขาเตือนว่าราคาหน้าจออาจไม่ใช่ราคาที่ขายได้จริงในช่วงตลาดผันผวน เพราะผู้ค้าบางรายไม่ต้องการรับซื้อเมื่อราคาสูงและเสี่ยงร่วงแรง เขาแนะนำให้นักลงทุนวางแผนทางออกก่อนเข้าซื้อเสมอ พร้อมย้ำว่า ตลาดไม่ใช่เรื่องของความโลภ แต่เป็นทักษะที่ต้องศึกษา ฝึกฝน และรักษาวินัย โดยผู้ที่มีความรู้และตื่นตัวจะมีโอกาสทำผลงานได้ดีในสภาพตลาดผันผวนเช่นนี้














