ราคาทองคำอ่อนแรง แม้เงินเฟ้อสหรัฐฯ ชะลอ
ราคาทองคำสปอตปิดสัปดาห์ที่ 4,015.83 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ลดลงอีกครั้ง แม้ข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐฯ ออกมาต่ำกว่าคาดและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอ่อนตัว แต่แรงหนุนดังกล่าวยังไม่เพียงพอ เนื่องจากตลาดกังวลความตึงเครียดสหรัฐฯ-อิหร่าน ราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้น และข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ยังแข็งแกร่ง ซึ่งอาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟดคงนโยบายการเงินเข้มงวดนานขึ้น
ทองคำเผชิญแรงขายจากดอลลาร์แข็งและความเสี่ยงเงินเฟ้อพลังงาน
ต้นสัปดาห์ ราคาทองคำเปิดที่ 4,108.18 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และขึ้นไปทำจุดสูงสุดรายสัปดาห์ที่ 4,122.63 ดอลลาร์ แต่แรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยไม่ต่อเนื่อง เพราะเงินดอลลาร์ยังแข็งค่า ขณะที่เหตุการณ์บริเวณช่องแคบฮอร์มุซผลักดันราคาน้ำมันขึ้นแรง เพิ่มความเสี่ยงว่าเงินเฟ้อด้านพลังงานอาจกลับมากดดันตลาด
แม้ดัชนี CPI เดือนมิถุนายนชะลอลงสู่ 3.5% ช่วยลดความกังวลเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยระยะสั้น แต่ข้อมูลยอดค้าปลีกสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่งในช่วงปลายสัปดาห์กลับตอกย้ำมุมมองว่าเฟดอาจยังไม่รีบผ่อนคลายนโยบาย ส่งผลให้ราคาทองคำหลุดระดับ 4,000 ดอลลาร์ และลงไปแตะจุดต่ำสุดรายสัปดาห์ที่ 3,959.37 ดอลลาร์ ก่อนฟื้นตัวเล็กน้อยจากแรงซื้อเก็งกำไร
ผลสำรวจ Kitco ชี้วอลล์สตรีทมองลบทองคำระยะสั้น
ผลสำรวจ Kitco News Weekly Gold Survey ระบุว่า นักวิเคราะห์ 14 ราย มีเพียง 1 ราย หรือ 7% ที่คาดว่าราคาทองคำจะปรับขึ้นในสัปดาห์หน้า ขณะที่ 11 ราย หรือ 79% มองว่าราคาจะลดลง และอีก 2 รายคาดว่าราคาจะเคลื่อนไหวในกรอบ ส่วนฝั่งนักลงทุนรายย่อย 169 ราย ยังมีความเห็นใกล้เคียงกัน โดย 40% มองขึ้น 36% มองลง และ 24% คาดว่าทองคำจะทรงตัว
แนวรับ 4,000 ดอลลาร์ยังเป็นจุดชี้ชะตา
นักวิเคราะห์หลายรายระบุว่า ระดับ 4,000 ดอลลาร์เป็นแนวรับสำคัญของราคาทองคำ หลังถูกทดสอบหลายครั้งแต่ยังไม่หลุดอย่างเด็ดขาด Rich Checkan มองว่ายังมีแรงซื้อกลับที่บริเวณดังกล่าว ขณะที่ Jesse Colombo ระบุว่าหากทองคำทะลุกรอบสามเหลี่ยมขึ้นได้ อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการรีบาวด์ แต่หากหลุด 4,000 ดอลลาร์ชัดเจน อาจเปิดทางให้ราคาปรับฐานต่อ
Paul Wong จาก Sprott มองว่าทองคำเริ่มเข้าสู่ภาวะขายมากเกินไปเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย 200 วัน และอาจมีโอกาสฟื้นในช่วงปลายฤดูร้อน โดยเฉพาะหากมีปัจจัยกระตุ้น เช่น การประชุม Jackson Hole ความผันผวนในตลาดพันธบัตร หรือเหตุการณ์ใหม่ในตะวันออกกลาง
สัปดาห์หน้าตลาดจับตา ECB และข้อมูลเศรษฐกิจ
สัปดาห์หน้ามีตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญไม่มาก ตลาดจึงอาจอ่อนไหวต่อข่าวภูมิรัฐศาสตร์มากขึ้น นักลงทุนจะติดตามการประชุมธนาคารกลางยุโรป ข้อมูลผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน ดัชนี PMI เบื้องต้นเดือนกรกฎาคม และยอดขายบ้านใหม่สหรัฐฯ เดือนมิถุนายน ซึ่งทั้งหมดอาจมีผลต่อค่าเงินดอลลาร์ อัตราผลตอบแทนพันธบัตร และทิศทางราคาทองคำระยะสั้น













