Bank of America มองราคาทองคำยังไม่พ้นแรงกดดัน นักลงทุนจับตาแนวรับสำคัญ
Bank of America หรือ BofA ยังคงไม่ละทิ้งมุมมองเชิงบวกต่อทองคำในระยะยาว แม้นักวิเคราะห์ทางเทคนิคของธนาคารเตือนว่า ราคาทองคำปัจจุบันอาจยังอยู่ในช่วงปรับฐานต่อไป โดยเฉพาะหลังจากราคาพยายามยืนเหนือแนวรับสำคัญบริเวณ 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ยังไม่สามารถรักษาระดับได้อย่างแข็งแกร่ง ล่าสุดราคาทองคำสปอตเคลื่อนไหวใกล้ 3,987.90 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ลดลงเกือบ 2% ในวันเดียว
แนวโน้มราคาทองคำอาจทดสอบ 3,600 ดอลลาร์ก่อนตั้งฐาน
Paul Ciana นักวิเคราะห์ทางเทคนิคของ Bank of America ระบุว่า การปรับฐานของทองคำในรอบนี้อาจต้องใช้เวลามากกว่านี้ ก่อนที่ตลาดจะพบจุดต่ำสุดที่มั่นคง เขามองว่าราคาทองคำมีโอกาสถอยลงไปทดสอบแนวรับบริเวณ 3,600 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เนื่องจากการปรับตัวลงล่าสุดแม้ช่วยลดภาวะร้อนแรงจากการปรับขึ้นแรงก่อนหน้า แต่ยังไม่มีสัญญาณชัดเจนว่าตลาดได้สร้างฐานระยะยาวแล้ว
รายงานระบุว่า การปรับฐานของทองคำตั้งแต่ต้นปีมีอายุเพียง 24 สัปดาห์ เมื่อเทียบกับขาขึ้นก่อนหน้าที่ยาวนานถึง 121 สัปดาห์ แม้ราคาจะหลุดระดับ Fibonacci retracement 38.2% ที่ 4,149 ดอลลาร์แล้ว แต่ระยะเวลาการปรับฐานยังถือว่าสั้นเมื่อเทียบกับแนวโน้มขาขึ้นเดิม
สัญญาณ Death Cross เพิ่มแรงกดดันต่อทองคำ
Ciana ระบุว่า เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2026 ราคาทองคำเกิดสัญญาณ death cross ที่ระดับ 4,088.74 ดอลลาร์ หลังค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 50 วันตัดลงต่ำกว่าค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วัน จากสถิติตั้งแต่ปี 1975 พบว่าหลังเกิดสัญญาณลักษณะนี้ ราคาทองคำมักปรับตัวลงในอีก 40-50 วันทำการถัดมา คิดเป็นโอกาสประมาณ 67%-70% ทำให้ BofA คาดว่าทองคำอาจยังถูกกดดันต่อเนื่องในช่วงเดือนสิงหาคมถึงกันยายน
ราคาทองคำลดลงอาจเป็นโอกาสลงทุนทองคำ
แม้แนวโน้มระยะสั้นยังมีความเสี่ยง แต่ Bank of America มองว่าราคาที่อ่อนตัวลงเป็นโอกาสสำหรับนักลงทุนที่ต้องการสะสมทองคำ โดยแนะนำให้ทยอยซื้อเมื่อราคาต่ำกว่า 4,000 ดอลลาร์ และเพิ่มน้ำหนักมากขึ้นหากราคาทองคำลงสู่โซน 3,700-3,600 ดอลลาร์ ขณะที่ระดับ 3,450-3,250 ดอลลาร์อาจเป็นบริเวณที่เหมาะต่อการจัดพอร์ตระยะยาว
ก่อนหน้านี้ BofA ได้ปรับลดคาดการณ์ราคาทองคำเฉลี่ยปี 2026 ลง 14% มาอยู่ที่ 4,360 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อย่างไรก็ตาม ธนาคารยังมองว่าทองคำมีโอกาสขึ้นแตะ 6,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ภายในปี 2027 หากปัจจัยพื้นฐานสนับสนุน
หุ้นเหมืองทองยังน่าสนใจจากกระแสเงินสดแข็งแกร่ง
แม้ราคาทองคำอาจผันผวนต่อไป แต่ BofA ยังเห็นมูลค่าในกลุ่มหุ้นเหมืองทองคำ เนื่องจากราคาปัจจุบันยังช่วยให้บริษัทเหมืองรักษาอัตรากำไรได้ดี นักวิเคราะห์หุ้นของธนาคารระบุว่า กระแสเงินสดอิสระของเหมืองทองสูงกว่าปี 2020 ถึง 10 เท่า ขณะที่หนี้ระยะยาวเมื่อเทียบกับส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงครึ่งหนึ่ง นอกจากนี้ ผลตอบแทนกำไรของหุ้นเหมืองทองอยู่ที่ 12.0% สูงที่สุดในทุกกลุ่มอุตสาหกรรม และมีมูลค่าถูกเมื่อเทียบกับดัชนี S&P 500 ในรอบ 20 ปี















