ราคาทองคำทรงตัวแข็งแกร่งเหนือ 4,000 ดอลลาร์ ท่ามกลางแรงหนุนจากเงินดอลลาร์อ่อนค่า
ราคาทองคำสปอตปรับตัวขึ้นเล็กน้อยในการซื้อขายช่วงบ่ายวันพุธของสหรัฐ โดยเคลื่อนไหวใกล้ 4,060.90 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพิ่มขึ้น 0.23% ขณะที่ราคาเงินสปอตอ่อนตัวมาอยู่ใกล้ 57.68 ดอลลาร์ ลดลง 1.52% หลังตลาดรับรู้ข้อมูลเงินเฟ้อผู้บริโภคและผู้ผลิตของสหรัฐที่ออกมาต่ำกว่าคาด ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐและดัชนีดอลลาร์ปรับตัวลง
ข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐลดแรงกดดันต่อทองคำ
ตลาดทองคำได้รับแรงหนุนจากมุมมองที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐอาจไม่จำเป็นต้องดำเนินนโยบายการเงินเข้มงวดมากขึ้น หลังดัชนี CPI เดือนมิถุนายนลดลง 0.4% และชะลอเหลือ 3.5% เมื่อเทียบรายปี ส่วน core CPI ไม่เปลี่ยนแปลงรายเดือนและเพิ่มขึ้น 2.6% รายปี ขณะที่รายงาน PPI ล่าสุดลดลง 0.3% สะท้อนแรงกดดันเงินเฟ้อที่ผ่อนคลายลง โอกาสขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกรกฎาคมจึงลดลงใกล้ 10% ส่วนโอกาสเดือนกันยายนอยู่ราว 43.9%
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีอยู่ใกล้ 4.56% และดัชนีดอลลาร์สหรัฐลดลงมาแถว 100.52 การอ่อนค่าของดอลลาร์ช่วยให้ราคาทองคำมีพื้นที่ยืนเหนือระดับ 4,000 ดอลลาร์ แม้ภาพทางเทคนิคระยะสั้นยังถูกจำกัดด้วยแนวต้านสำคัญบริเวณ 4,091-4,104 ดอลลาร์
ความเสี่ยงช่องแคบฮอร์มุซหนุนดีมานด์สินทรัพย์ปลอดภัย
สถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซยังตึงเครียด หลังสหรัฐกลับมาใช้มาตรการปิดล้อมทางเรือต่ออิหร่านและเพิ่มการโจมตีทางอากาศ ภายหลังเกิดเหตุโจมตีเรือในเส้นทางดังกล่าว ขณะที่กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่านขู่ระงับการส่งออกพลังงานในภูมิภาคหากการปิดล้อมยังดำเนินต่อไป ความเสี่ยงนี้ทำให้ราคาน้ำมัน WTI ทรงตัวแข็งแกร่งใกล้ 71.51 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
สำหรับทองคำ ผลกระทบเป็นสองด้าน โดยความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ช่วยเพิ่มแรงซื้อในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย แต่ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นอาจกระตุ้นความกังวลเงินเฟ้อและดันผลตอบแทนพันธบัตรกลับขึ้นได้ ซึ่งจะจำกัดการปรับขึ้นของราคาทองคำ
แนวโน้มทางเทคนิคของทองคำและเงิน
ในเชิงเทคนิค ฝั่งขาลงยังได้เปรียบระยะสั้น เนื่องจากราคาทองคำยังต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ย 20 วันใกล้ 4,091 ดอลลาร์ และต่ำกว่าจุดสูงสุดวันอังคารที่ 4,104 ดอลลาร์ หากทะลุแนวต้านนี้ได้ เป้าหมายถัดไปอยู่ที่ 4,138 และ 4,203 ดอลลาร์ ส่วนแนวรับสำคัญอยู่ที่ 3,983 และ 3,942 ดอลลาร์
ด้านราคาเงินยังอ่อนแรงหลังไม่สามารถยืนเหนือ 58 ดอลลาร์ โดยแนวต้านอยู่ที่ 58.53 และ 59.44 ดอลลาร์ ส่วนแนวรับสำคัญคือ 56.50 และ 55.60 ดอลลาร์ นักลงทุนจึงจับตาทิศทางดอกเบี้ย เศรษฐกิจสหรัฐ และความคืบหน้าช่องแคบฮอร์มุซอย่างใกล้ชิด















