ราคาทองคำและโลหะเงินพุ่งทำสถิติสูงสุดใหม่รับแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย
ตลาดทองคำและโลหะเงินปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรงในช่วงกลางวันของวันจันทร์ โดยโลหะมีค่าทั้งสองชนิดสามารถทำสถิติสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ (All-time high) ได้สำเร็จ ปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนตลาดในครั้งนี้มาจากความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe-haven demand) ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ท่ามกลางความเสี่ยงที่รุมเร้าทั้งจากความวุ่นวายภายในธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) และสถานการณ์ความไม่สงบในอิหร่าน ล่าสุดสัญญาทองคำส่งมอบเดือนกุมภาพันธ์พุ่งขึ้นถึง 124.80 ดอลลาร์ มาอยู่ที่ระดับ 4,627.10 ดอลลาร์ ในขณะที่ราคาโลหะเงินส่งมอบเดือนมีนาคมพุ่งขึ้น 6.674 ดอลลาร์ สู่ระดับ 86.025 ดอลลาร์
วิกฤตธนาคารกลางสหรัฐฯ และแรงกดดันทางการเมือง
บรรยากาศการลงทุนเริ่มต้นสัปดาห์ด้วยความตึงเครียด หลังจากที่นายเจโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด เปิดเผยว่ากระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ได้ส่งหมายเรียกแก่เฟดและขู่ว่าจะมีการฟ้องร้องคดีอาญาเกี่ยวกับการให้การของพาวเวลล์เรื่องการปรับปรุงอาคารสำนักงานเมื่อช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา เหตุการณ์นี้นับเป็นการยกระดับความขัดแย้งระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และเฟด ซึ่งเป็นหน่วยงานอิสระที่ถูกโจมตีมาโดยตลอดเรื่องนโยบายดอกเบี้ย โดยพาวเวลล์มองว่าข้อหาดังกล่าวเป็นเพียงข้ออ้างเพื่อบั่นทอนความเป็นอิสระของเฟดในการกำหนดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย
สถานการณ์ตึงเครียดในอิหร่านหนุนราคาทอง
นอกจากปัจจัยในสหรัฐฯ แล้ว สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังเป็นตัวเร่งให้ราคาทองคำพุ่งสูงขึ้น โดยการประท้วงในอิหร่านได้ขยายวงกว้างและทวีความรุนแรงจนมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก รัฐบาลอิหร่านกล่าวหาว่าสหรัฐฯ และอิสราเอลอยู่เบื้องหลังเหตุความวุ่นวายนี้ ซึ่งถือเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ที่สุดต่อระบอบการปกครองของอิหร่านนับตั้งแต่ปี 1979 ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์นี้ทำให้นักลงทุนเทขายสินทรัพย์เสี่ยงและหันมาถือครองทองคำและโลหะเงินเพื่อป้องกันความเสี่ยง
วิเคราะห์แนวโน้มทางเทคนิค
ในทางเทคนิค ตลาดกระทิงของทองคำยังคงมีความได้เปรียบอย่างมาก โดยมีเป้าหมายแนวต้านถัดไปที่ระดับ 4,750.00 ดอลลาร์ ในขณะที่แนวรับสำคัญอยู่ที่ 4,584.00 ดอลลาร์ สำหรับนักลงทุนที่ติดตามข่าวสาร การเคลื่อนไหวของราคาทองคำในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของเศรษฐกิจและการเมืองโลก ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อทิศทางราคาทองคำในระยะยาว










