ราคาทองคำยังยืนเหนือ 4,000 ดอลลาร์ ท่ามกลางเศรษฐกิจสหรัฐที่ยังยืดหยุ่น
ตลาดทองคำยังสามารถรักษาแนวรับเหนือระดับ 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ แต่ยังไม่สามารถดึงแรงซื้อขาขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง หลังข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐล่าสุดจาก S&P Global สะท้อนว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจยังคงแข็งแกร่งกว่าคาด โดยราคาทองคำสปอตล่าสุดซื้อขายที่ 4,058.10 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพิ่มขึ้น 0.23% ในวันเดียวกัน
PMI รวมสหรัฐแตะระดับสูงสุดในรอบ 8 เดือน
S&P Global รายงานว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อรวมเบื้องต้น หรือ Flash Composite PMI เดือนกรกฎาคม เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 53.6 จาก 51.9 ในเดือนมิถุนายน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 8 เดือน ตัวเลขที่สูงกว่า 50 บ่งชี้ว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจยังขยายตัว และเป็นปัจจัยที่ทำให้ตลาดทองคำยังขาดแรงหนุนใหม่ เนื่องจากเศรษฐกิจที่แข็งแรงอาจลดแรงกดดันต่อธนาคารกลางสหรัฐในการผ่อนคลายนโยบายการเงิน
ภาคบริการหนุนเศรษฐกิจ แต่ภาคการผลิตเริ่มชะลอ
แรงขับเคลื่อนหลักมาจากภาคบริการ โดยดัชนี Services PMI เพิ่มขึ้นเป็น 53.6 จาก 51.2 สูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดว่าจะทรงตัว ขณะที่ภาคการผลิตยังขยายตัวแต่ช้าลง ดัชนี Manufacturing PMI ลดลงเล็กน้อยสู่ 53.8 จาก 53.9 และต่ำกว่าคาดการณ์ที่ 54.4 อย่างไรก็ตาม ความเชื่อมั่นทางธุรกิจในแนวโน้ม 1 ปีข้างหน้ายังเพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 8 เดือน
นักวิเคราะห์ชี้แรงหนุนบางส่วนอาจเป็นเพียงระยะสั้น
คริส วิลเลียมสัน หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ธุรกิจของ S&P Global Market Intelligence ระบุว่า ธุรกิจสหรัฐเริ่มต้นไตรมาส 3 ได้ดี โดยข้อมูล PMI สอดคล้องกับการเติบโตของ GDP แบบ annualized ราว 2.0% เทียบกับ 1.2% ที่ส่งสัญญาณในไตรมาส 2 อีกทั้งการจ้างงานกลับมาเพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 3 เดือน อย่างไรก็ดี เขาเตือนว่าแรงหนุนจากกิจกรรมเกี่ยวกับฟุตบอลโลกและการเฉลิมฉลองวันประกาศอิสรภาพครบรอบ 250 ปี อาจค่อย ๆ หมดลง
แรงกดดันเงินเฟ้อและซัพพลายเชนยังเป็นความเสี่ยงต่อทองคำ
แม้แรงกดดันเงินเฟ้อในเดือนมิถุนายนจะผ่อนคลายลง แต่รายงานระบุว่าต้นทุนปัจจัยการผลิตของสหรัฐในเดือนกรกฎาคมยังเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบกว่าหนึ่งปี บริษัทต่าง ๆ ชี้ว่าต้นทุนที่สูงขึ้นมาจากราคาพลังงาน ค่าขนส่ง ภาษีนำเข้า และราคาจากซัพพลายเออร์ที่ปรับขึ้นในวงกว้าง ปัจจัยเหล่านี้อาจจำกัดการเติบโตและกดอุปสงค์ในช่วงครึ่งหลังของปี ซึ่งนักลงทุนทองคำต้องติดตามอย่างใกล้ชิด















