ส่องทิศทางราคาทองคำ: ความไม่แน่นอนหนุนตลาด จับตาความอิสระของเฟด

Gold price,Fed independence

วิเคราะห์ทิศทาง ราคาทองคำ: ความไม่แน่นอนทางโครงสร้างคือแรงขับเคลื่อนหลัก

ตลาดทองคำในช่วงที่ผ่านมาปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยนักวิเคราะห์จาก StoneX ระบุว่า โกลด์แรลลี่ในระยะยาวนี้ได้รับแรงหนุนจากความไม่แน่นอนทางโครงสร้าง มากกว่าเรื่องของอัตราเงินเฟ้อ Rhona O’Connell ได้ให้ความเห็นเชิงลึกเกี่ยวกับแนวโน้ม ราคาทองคำ ท่ามกลางสถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ในปัจจุบัน ว่าหัวใจสำคัญของการลงทุนในตอนนี้คือเรื่องของความไม่แน่นอน

ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์และนโยบายของสหรัฐฯ

O’Connell ชี้ให้เห็นว่า ในอดีตทองคำมักถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ แต่ในปัจจุบัน หากเป็นนักลงทุนมืออาชีพ ดัชนี TIPS อาจตอบโจทย์เรื่องการป้องกันเงินเฟ้อได้ดีกว่า ความไม่แน่นอนจึงกลายเป็นเหตุผลหลักในการเข้าลงทุนในทองคำ ซึ่งความไม่แน่นอนนี้ครอบคลุมถึงความขัดแย้งทางอาวุธและประเด็นเรื่องภาษีศุลกากร (Tariffs) นอกจากนี้ นโยบายที่คาดเดาได้ยากจากทำเนียบขาวภายใต้การนำของโดนัลด์ ทรัมป์ ยังเพิ่มความผันผวนให้กับตลาด นักลงทุนจึงต้องจับตาทิศทางนโยบายอย่างใกล้ชิด

ผลกระทบจากสงครามอิหร่านต่อ ราคาทองคำ

สำหรับประเด็นสงครามในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะความตึงเครียดกับอิหร่านนั้น กลับมีผลกระทบต่อ ราคาทองคำ ค่อนข้างจำกัดและเกิดขึ้นเพียงระยะสั้นเท่านั้น เนื่องจากตลาดได้ซึมซับความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์เหล่านี้ไปมากแล้ว (Priced in) ในช่วง 18 เดือนที่ผ่านมา นักลงทุนจำนวนมากทั้งรายย่อยและสถาบันต่างรอจังหวะที่ราคาปรับฐาน (Buy the dip) เพื่อเข้าซื้อสะสมมูลค่า โดยมองว่าทองคำยังคงรักษามูลค่าในตัวเองไว้ได้อย่างแข็งแกร่ง

ความเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุด: ความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed)

ปัจจัยเสี่ยงขาลงที่สำคัญที่สุดต่อ แนวโน้มทองคำ ในระดับราคานี้ นอกเหนือจากความขัดแย้งทางอาวุธ คือเรื่องของ ความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) O’Connell ให้ความสำคัญกับการพิจารณาคดีของศาลฎีกาที่อาจส่งผลกระทบต่อหลักการแบ่งแยกอำนาจตามรัฐธรรมนูญของสหรัฐฯ หากฝ่ายบริหารสามารถแทรกแซงนโยบายการเงินได้ จะสร้างความกังวลต่อเสถียรภาพและอาจส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อตลาดพันธบัตรรัฐบาล ซึ่งเป็นปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวังอย่างยิ่ง

แนวโน้มทางเทคนิค: ภาวะซื้อมากเกินไป (Overbought) สู่การพักฐาน

จากรายงานล่าสุด พบว่าแม้สงคราม ความกังวลเรื่องภาษี และเงินเฟ้อที่สูงกว่าคาดของสหรัฐฯ จะเป็นปัจจัยบวกที่สนับสนุนตลาด แต่ทั้งทองคำและโลหะเงินกำลังเผชิญกับภาวะซื้อมากเกินไป (Overbought) โดยดัชนี RSI ของทองคำเข้าใกล้ระดับ 70 บ่งชี้ว่าตลาดอาจอยู่ในจุดสูงสุดของแนวโน้มขาขึ้นและต้องการการพักฐานเพื่อลดความร้อนแรงลง อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงในการปรับตัวลงยังคงมีจำกัด หากไม่มีสถานการณ์ความรุนแรงทางภูมิรัฐศาสตร์เพิ่มเติม ตลาดทองคำ จึงควรเน้นความระมัดระวัง แต่ความแข็งแกร่งของราคาจะยังคงอยู่จนกว่าสภาวะตลาดจะกลับสู่โหมดรับความเสี่ยง (Risk-on) ตามปกติ

Loading

Relate Post

XM Global Limited