ราคาทองคำร่วงหนักครั้งประวัติศาสตร์ รับข่าวการเสนอชื่อประธานเฟดคนใหม่ ลดความไม่แน่นอนในตลาด

Gold Price,Fed Chair

ราคาทองคำดิ่งหนัก: ปฏิกิริยาตลาดหลังความชัดเจนเรื่องประธานเฟด

เหตุการณ์เทขายโลหะมีค่าครั้งมโหฬารเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นเหตุการณ์ด้านสภาพคล่องที่ใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ตลาดการเงิน ได้รับแรงกระตุ้นสำคัญจากความชัดเจนอย่างกะทันหันเกี่ยวกับอนาคตของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ตามมุมมองของ Rhona O’Connell หัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์ตลาด EMEA และเอเชียที่ StoneX

การแต่งตั้งประธานเฟดลดความไม่แน่นอนในตลาดทองคำ

O’Connell ระบุในบันทึกการวิเคราะห์เมื่อวันจันทร์ว่า “ตัวแปรหลักสำหรับการปรับฐานราคาคือการประกาศเสนอชื่อประธานเฟดเมื่อวันศุกร์” เธอมองว่าประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่ว่าผู้ได้รับการเสนอชื่อคือ Kevin Warsh หรือไม่ เพราะโดยโครงสร้างแล้วเฟดทำงานในรูปแบบคณะกรรมการที่มีสิทธิออกเสียง (Voting Board) ไม่ใช่การตัดสินใจโดยบุคคลเพียงคนเดียว ดังนั้นจะเป็นใครก็ได้ในแง่ของผลลัพธ์นี้ แต่กุญแจสำคัญคือองค์ประกอบสำคัญของความไม่แน่นอนทางการเงินและการเมืองได้ถูกขจัดออกไปจากสมการการลงทุน ทำให้ราคาทองคำเกิดปฏิกิริยาตอบรับด้วยการปรับฐานลงอย่างรุนแรง

เตือนภัยนักเก็งกำไร: ตลาด Over-crowded และความเสี่ยงทางเทคนิค

ในบทวิเคราะห์ O’Connell ได้ย้ำถึงคำเตือนของเธอเกี่ยวกับฝั่งซื้อ (Long side) ของทองคำที่มีนักเก็งกำไรเข้ามาหนาแน่นเกินไป (Over-crowded) และความเสี่ยงที่มีอยู่ตลอดเวลาในแร่เงิน เธอกล่าวว่า “โลหะเงินมักเป็นกับดักมรณะเสมอ และราคาทองคำโดยเฉพาะอย่างยิ่งกำลังเริ่มแออัดไปด้วยผู้คนที่แห่กันเข้ามาโดยไม่มีความรู้เกี่ยวกับภาคส่วนนี้” เธอเสริมว่าการเทขายที่รุนแรงนี้ยังถูกซ้ำเติมด้วยการซื้อขายทางเทคนิค ซึ่งเธอหวังว่าผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในตลาดจะไม่ได้รับผลกระทบมากนัก แม้จะมีรายงานปัญหาในกลุ่มผู้ค้าอัญมณีรายย่อยในอินเดียแล้วก็ตาม โดยในสถานการณ์เช่นนี้ นักวิเคราะห์ทางเทคนิคมีความจำเป็นมากกว่านักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน

เป้าหมายทางเทคนิคและมุมมองต่อราคาทองคำในอนาคต

O’Connell ได้เปิดเผยกราฟราคาทองคำและโลหะมีค่าที่อัปเดตใหม่ โดยระบุเป้าหมาย Fibonacci สำหรับทองคำที่ระดับถัดไปคือ 4,225 ดอลลาร์ และโลหะเงินที่ระดับถัดไปคือ 66 ดอลลาร์ ในขณะที่แพลตตินัมได้แตะระดับสำคัญที่ 1,954 ดอลลาร์แล้ว และพัลลาเดียมกำลังเข้าใกล้ระดับ 1,560 ดอลลาร์ นอกจากนี้ เธอยังทิ้งท้ายเรื่องประเด็นความเป็นอิสระของธนาคารกลางที่เธอได้ติดตามมาหลายเดือน โดยระบุว่าแม้การเปลี่ยนแปลงผู้นำจะไม่ใช่ปัญหาโดยตรง แต่ความกังวลเรื่องการแทรกแซงจากฝ่ายบริหารยังคงเป็นปัจจัยหนุน (Tailwind) ให้กับทองคำในระยะยาว แม้ว่าราคาปัจจุบันจะแบกรับความเสี่ยงส่วนเพิ่ม (Risk Premium) ไว้มากแล้วก็ตาม

Loading

Relate Post

XM Global Limited