ทองคำยังมีโอกาสฟื้นตัว แม้ราคาหลุดต่ำกว่า 4,000 ดอลลาร์
สภาทองคำโลก หรือ WGC ระบุในรายงานแนวโน้มกลางปีว่า แม้ราคาทองคำจะร่วงลงอย่างรุนแรงจากระดับ 5,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงต้นปี มาอยู่ต่ำกว่า 4,000 ดอลลาร์ในปลายเดือนมิถุนายน แต่ทองคำยังคงเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่ทำผลงานโดดเด่นในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา โดยแรงซื้อจากธนาคารกลางและนักลงทุนระยะยาวยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยจำกัดความเสี่ยงขาลงของราคาทองคำ
WGC คาดราคาทองคำแกว่งในกรอบ แต่มีโอกาสทะลุขึ้น
รายงานระบุว่า ระดับราคาปัจจุบันของทองคำสอดคล้องกับภาพเศรษฐกิจโลกที่เติบโตปานกลาง เงินเฟ้อชะลอตัวแต่ยังอยู่ในระดับสูง และตลาดยังคาดว่าธนาคารกลางอาจเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมอย่างจำกัด ภายใต้เงื่อนไขนี้ ราคาทองคำอาจเคลื่อนไหวในกรอบประมาณบวกลบ 5% รอบระดับ 4,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงครึ่งหลังของปี 2026
ปัจจัยหนุนราคาทองคำ: เศรษฐกิจ ดอกเบี้ย และภูมิรัฐศาสตร์
WGC มองว่า หากเศรษฐกิจโลกอ่อนแอลง เกิดความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์รอบใหม่ หรือความคาดหวังต่อดอกเบี้ยปรับลดลง ราคาทองคำอาจกลับขึ้นไปใกล้ 4,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และหากสัญญาณบวกแข็งแกร่งเพียงพอ อาจผลักดันให้ทองคำขยับเข้าใกล้ 5,000 ดอลลาร์ได้ อย่างไรก็ตาม หากเศรษฐกิจยังแข็งแกร่ง อัตราผลตอบแทนพันธบัตรเพิ่มขึ้น และตลาดการเงินสงบลง ราคาทองคำอาจเผชิญแรงกดดันเพิ่มเติม
ธนาคารกลางและอินเดียเป็นตัวแปรสำคัญ
ธนาคารกลางทั่วโลกยังมีบทบาทสำคัญต่อแนวโน้มทองคำ หลังจากซื้อทองคำเฉลี่ยปีละราว 1,000 ตันนับตั้งแต่ปี 2022 แม้บางประเทศมีการขายหรือแลกเปลี่ยนทองคำในไตรมาสแรก แต่ WGC คาดว่าธนาคารกลางยังคงเป็นผู้ซื้อสุทธิในปีนี้ ขณะเดียวกัน อินเดียซึ่งเป็นตลาดทองคำใหญ่อันดับสองของโลก อาจกดดันอุปสงค์หลังรัฐบาลขึ้นภาษีนำเข้าทองคำจาก 6% เป็น 15% เพื่อลดแรงกดดันต่อเงินรูปีและดุลบัญชีเดินสะพัด
แนวโน้มทองคำครึ่งหลังปี 2026
โดยสรุป WGC ชี้ว่า ทองคำยังมีความอ่อนไหวต่อเศรษฐกิจมหภาค ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ และความเชื่อมั่นนักลงทุน แต่แรงสนับสนุนเชิงโครงสร้างจากธนาคารกลาง นักลงทุนระยะยาว และความต้องการในเอเชีย อาจช่วยให้ราคาทองคำมีเสถียรภาพมากขึ้น พร้อมรักษาบทบาทของทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยและสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์ในภาวะโลกไม่แน่นอน













