ราคาทองคำยังนิ่งเหนือ 5,000 ดอลลาร์ แม้ยอดขายบ้านใหม่สหรัฐฯ เดือนธันวาคมจะดีกว่าที่คาดการณ์
ตลาดที่อยู่อาศัยของสหรัฐฯ เริ่มส่งสัญญาณถึงความมั่นคงบางประการ โดยผู้บริโภคชาวอเมริกันมีการซื้อบ้านใหม่ในเดือนธันวาคมมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ยังคงมีความล่าช้าอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากรัฐบาลกำลังเร่งดำเนินการหลังจากเหตุการณ์ชัตดาวน์ 43 วันในช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา แม้จะมีข้อมูลเศรษฐกิจออกมา แต่ตลาดทองคำกลับไม่ได้ให้ความสนใจมากนัก โดยราคาทองคำยังคงเคลื่อนไหวอยู่ใกล้ระดับแนวต้านสำคัญที่ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์
รายละเอียดข้อมูลยอดขายบ้านและผลกระทบต่อตลาดทองคำ
สำนักงานสำมะโนประชากรและกระทรวงการเคหะและการพัฒนาเมืองของสหรัฐฯ ได้ประกาศเมื่อวันศุกร์ว่า ยอดขายบ้านใหม่ลดลง 1.7% ในเดือนธันวาคม สู่ระดับที่ปรับตามฤดูกาลแล้วที่ 745,000 ยูนิตต่อปี ซึ่งลดลงจากอัตราของเดือนพฤศจิกายนที่ 758,000 ยูนิต แม้ว่ายอดขายจะลดลง แต่ตัวเลขดังกล่าวกลับออกมาดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ เนื่องจากนักเศรษฐศาสตร์ประเมินไว้ว่าจะอยู่ที่ระดับต่ำกว่าคือ 732,000 ยูนิต
สำหรับภาพรวมรายปี รายงานระบุว่ายอดขายบ้านเพิ่มขึ้น 3.8% เมื่อพิจารณาจากข้อมูลยอดขายทั้งหมด มีการประมาณการว่าบ้านใหม่จำนวน 679,000 หลังถูกขายไปในปีที่แล้ว ซึ่งลดลง 1.1% เมื่อเทียบกับประมาณการยอดขายในปี 2024 ในส่วนของราคาทองคำสปอต (Spot Gold) ล่าสุดมีการซื้อขายอยู่ที่ระดับ 5,009.10 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งแทบจะไม่เปลี่ยนแปลงในระหว่างวัน แสดงให้เห็นว่านักลงทุนทองคำยังคงรอดูสถานการณ์อื่นประกอบ
ทิศทางเศรษฐกิจและปัจจัยกดดันอสังหาริมทรัพย์
นักเศรษฐศาสตร์ให้ความเห็นว่า ตลาดที่อยู่อาศัยของสหรัฐฯ ยังคงต้องดิ้นรนต่อไป เนื่องจากราคาบ้านที่พุ่งสูงขึ้นและอัตราดอกเบี้ยจำนองที่อยู่ในระดับสูงได้กีดกันผู้ซื้อที่มีศักยภาพจำนวนมากออกจากตลาด ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้สภาพคล่องในภาคอสังหาริมทรัพย์ชะลอตัว แม้ว่าตัวเลขล่าสุดจะดูดีกว่าคาดเล็กน้อยก็ตาม สำหรับนักลงทุนในตลาดทองคำ การติดตามข้อมูลเศรษฐกิจเหล่านี้ยังคงมีความสำคัญ เพื่อประเมินทิศทางนโยบายการเงินในอนาคต














