ราคาทองคำพุ่งทำสถิติสูงสุดตลอดกาล ท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์
ราคาทองคำในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างแข็งแกร่งและทำสถิติสูงสุดตลอดกาลครั้งใหม่ (All-time high) ในช่วงข้ามคืนที่ผ่านมา โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe-haven demand) ท่ามกลางความเสี่ยงที่แผ่ขยายไปทั่วตลาดการเงิน สัญญาทองคำล่วงหน้าตลาด COMEX ส่งมอบเดือนกุมภาพันธ์พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดที่ 4,891.10 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ก่อนจะปิดบวก 94.30 ดอลลาร์ มาอยู่ที่ 4,860.00 ดอลลาร์ ในขณะที่ราคาโลหะเงินมีการปรับตัวลดลงเล็กน้อยจากการขายทำกำไรระยะสั้นของนักลงทุน แม้ว่าจะทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 95.78 ดอลลาร์ต่อออนซ์ไปก่อนหน้านี้ก็ตาม สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการถือครองทองคำที่ยังคงแข็งแกร่ง
วิกฤตกรีนแลนด์และปัญหาหนี้สินญี่ปุ่นดันนักลงทุนเข้าถือครองทองคำ
ปัจจัยหลักที่ผลักดันให้ ราคาทองคำ พุ่งขึ้นอย่างร้อนแรงในสัปดาห์นี้ มาจากวิกฤตการณ์ข้อพิพาทเรื่องเกาะกรีนแลนด์ และความกังวลเกี่ยวกับการเทขายพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น ตลาดกำลังจับตามองสุนทรพจน์ของโดนัลด์ ทรัมป์ ที่เลื่อนเวลาออกไปในงาน World Economic Forum ณ เมืองดาวอส สวิตเซอร์แลนด์ เพื่อดูท่าทีว่าจะมีการลดระดับความตึงเครียดกับยุโรปเกี่ยวกับความทะเยอทะยานของสหรัฐฯ ในการเข้าควบคุมกรีนแลนด์หรือไม่ ความขัดแย้งนี้สร้างแรงกดดันให้ผู้นำยุโรปต้องเร่งหาทางรับมือ ในขณะเดียวกัน ตลาดพันธบัตรญี่ปุ่นก็มีความผันผวนสูงจากความกังวลด้านการคลังและนโยบายลดภาษี ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าอาจส่งผลกระทบลูกโซ่ต่อตลาดการเงินทั่วโลก ทำให้ทองคำและพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ กลายเป็นหลุมหลบภัยที่สำคัญใครที่กำลังสนใจทัวร์ญี่ปุ่นควรเตรียมตัววางแผนการเงินไว้ให้ดี
ธนาคารกลางตุนทองคำเพิ่มและแนวโน้มทางเทคนิคสู่ 5,000 ดอลลาร์
นอกจากปัจจัยมหภาคแล้ว ตลาดทองคำยังได้รับแรงหนุนพื้นฐานจากการเข้าซื้อของธนาคารกลางต่าง ๆ โดยมีรายงานว่าธนาคารกลางโปแลนด์อนุมัติแผนการซื้อทองคำเพิ่มอีก 150 ตัน และธนาคารกลางโบลิเวียก็เริ่มกลับมาสะสมทองคำเข้าสู่ทุนสำรองอีกครั้ง ในมุมมองทางเทคนิคสำหรับฟิวเจอร์สเดือนกุมภาพันธ์ เป้าหมายขาขึ้นถัดไปของฝ่ายกระทิงคือการผลักดันราคาให้ปิดเหนือแนวต้านสำคัญทางจิตวิทยาที่ 5,000.00 ดอลลาร์ โดยมีแนวต้านแรกอยู่ที่จุดสูงสุดเดิม 4,891.10 ดอลลาร์ และแนวต้านถัดไปที่ 4,900.00 ดอลลาร์ ในขณะที่แนวรับแรกอยู่ที่ 4,800.00 ดอลลาร์ นักลงทุนควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเนื่องจากตลาดมีความผันผวนสูงจากทั้งปัจจัยการเมืองระหว่างประเทศและราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นจัด














